Categories
ขนมไทย

แบ่งปันสูตร ขนม เทียน แก้ว ขนมไทย แป้งเหนียวหนึบหนับ อร่อยครบรส

ขนม เทียน แก้ว

ขนม เทียน แก้ว มีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมที่มีส่วนผสมของแป้งข้าวเจ้า และแป้งเท้ายายม่อมผสมคลุกเค้ากับน้ำตาล สอดไส้ขนมแสนอร่อยห่อด้วยใบตองสีเขียวธรรมชาติสวยงาม สำหรับไส้ขนมเทียน แก้วมีไส้หวาน และไส้เค็มทำมาจากถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกนึ่งที่มีรสชาติหวาน มัน เค็ม และหอมอร่อยจัดจ้านผสมผสานกับเนื้อแป้งเหนียวนุ่มเคี้ยวเพลินเลยทีเดียว สำหรับใครที่ชอบทานขนมโบราณเป็นประจำ ขอแนะนำขนมเทียนแก้วรับรองว่าอร่อยติดใจแน่นอน

ชีวิตติดครัวทำ ขนม เทียน แก้ว สูตรแป้งเหนียวใส สอดไส้ถั่วทองรสกลมกล่อม 

ขนม เทียน แก้ว

ขนมมงคลไหว้เจ้าในเทศกาลต่างๆ ที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ขนม เทียนแก้ว กลิ่นหอม เนื้อแป้งเหนียวใส ยัดไส้ต่างๆ ที่มีรสชาติที่แตกต่างกันไม่จำเจ ไม่ว่าจะเป็นสูตรขนม เทียน ไส้ หวาน หรือไส้เค็มหอมกลิ่นพริกไทยป่นอร่อยนัวร์สุดๆ สำหรับแป้งขนมที่ลักษณะเป็นเนื้อใสนั้นเกิดจากการนำแป้งถั่วเขียวมาเป็นส่วนผสมของขนมเทียนแก้ว ทำให้ขนมน่าทานมากยิ่งขึ้น และวันนี้เราจะมาแชร์สูตร ขนม เทียนแป้งนุ่มเนื้อเนียนใส ไส้ทะลัก กลิ่นหอมชวนทาน และวิธีทำขนมก็ไม่ยากอีกด้วยนะ

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

  1. แป้งถั่วเขียว 1 ½ ถ้วยตวง
  2. กะทิ 2 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
  4. ถั่วซีกเลาะเปลือก ½ ถ้วยตวง
  5. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  6. น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
  7. พริกไทย 1 ช้อนชา

หลังจากที่ได้ส่วนผสม และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมของขนมเทียนสูตรไส้เค็มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในลำดับต่อมาเราจะเข้าสู่กระบวนการวิธีทำขนม เทียน ไส้ เค็ม รสชาติหอมอร่อยกลมกล่อมกันเลย

ขนม เทียน แก้ว
  1. ขั้นตอนแรกให้นำถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกมานึ่งให้สุก จากนั้นใส่กะทิ และน้ำตาล นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียด เทส่วนผสมทั้งหมดใส่ในกระทะ เปิดไฟอ่อนๆ ทำการปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย กวนส่วนผสมทั้งให้จับตัวเป็นสามารถปั้นได้ พักไว้ก่อน 
  2. ต่อมาจะเป็นการเตรียมแป้งด้วยการนำแป้งถั่วเขียว น้ำตาลทราย และน้ำเปล่า ผสมลงไปในกระทะ ทำการกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เปิดไฟอ่อนๆ กวนจนแป้งจะใสสุกดี พักไว้ก่อน
  3. นำใบตองมาพับเป็นกรวย ใส่แป้งที่สุกแล้วลงไป ตามด้วยใส้เค็มที่ปั้นเป็นก้อนๆ เรียบร้อยแล้ว และใส่แป้งถั่วเขียวอีกครั้ง จากนั้นพับใบตองปิดให้เป็นรูปสามเหลี่ยม เสร็จแล้วนำไปนึ่งเป็นเวลา 30 นาที ยกออกจากเตาให้เย็นเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ขนม เทียน แก้ว

ขนมเทียนแก้ว เป็นอีกหนึ่งขนมไทยโบราณมงคลที่ได้รับความนิยมทั้งคนไทย และคนไทยเชื้อสายจีน โดยจะนิยมนำขนมไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีน ดังนั้นใครที่กำลังหาขนมไหว้เจ้า แนะนำให้ทำขนมเทียนแก้วสูตรไส้ ขนม เทียนรสเค็มที่มีรสชาติเค็มมันอร่อยนัวร์กำลังดี หรือจะทำเป็นของหวานทานเล่นในครอบครัวก็ได้เช่น ที่สำคัญสูตรขนมที่เรานำมาแชร์สามารถทำขายส่งตามร้านขนมไทยได้กำไรงามรายได้ปังอีกด้วย

สอนทำ ขนมเทียน แก้ว สูตรไร้ใบตอง ทำง่าย ทรงสวยน่าทาน

ขนม เทียน แก้ว

หลังจากที่ทำขนมเทียนแก้ว เนื้อแป้งเนียนใส รสไส้เค็มห่อด้วยใบตองสวยงามอย่างไทยไปเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาเราจะมาดูวิธี ทำ ขนมเทียน แก้ว ไร้ใบตอง สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีใบตองสามารถทำตามเราได้ เพียงทำตามสูตรขนมเทียนไส้เค็ม โดยผสมแป้งถั่วเขียวกับส่วนผสมต่างๆ ที่เตรียมไว้ จากนั้นเตรียมพิมพ์ขนมด้วยการทาน้ำมันบางๆ ใส่ไส้ขนมลงไป ตามด้วยน้ำแป้ง นำไปนึ่งด้วยไฟปานกลาง รอประมาณ 5 นาที ทำการแกะขนมออกจากพิมพ์จะได้ขนมที่มีรูปทรงสวยงามน่าทานเป็นอย่างมาก

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ยกระดับความอร่อย ข้าวตู สูตรมะพร้าวอ่อน กลิ่นหอมอบอวลเย้ายวนใจ

ข้าวตู

ข้าวตู ขนมหวานที่คนไทยในยุคนี้ไม่ค่อยคุ้นชิน หรือเคยเห็นผ่านตามากนัก เพราะขนมชนิดนี้เป็นขนม ไทยที่เกิดจากภูมิปัญหาชาวบ้านได้นำข้าวสวยมาตากแห้งทำเป็นขนมทานกันในครอบครัว ซึ่งรสชาติขนมจะมีความหวานนุ่มลิ้น ที่มาพร้อมกับความหอมของกลิ่นเทียนหอม และกลิ่นมะพร้าวอ่อนๆ ที่ยั่วยวนใจชวนทานที่สุด อีกทั้งรูปร่างของขนมยังหน้าตาน่าทานอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามขนมหวานข้าว ตู เป็นขนมที่หาทานยากในปัจจุบัน ดังนั้นเราจะพาทุกคนมาเรียนรู้วิธีทำขนม ข้าวตู เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนมหวานไทยๆ ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักมากขึ้น

ขั้นตอนการทำขนม ข้าวตู สูตรมะพร้าวอ่อน เนื้อนุ่มนิ่ม กรุบกรอบ 

ข้าวตู

สำหรับใครที่ไม่รู้จักขนมข้าวตู ขนมภูมิปัญญาชาวบ้านที่หาทานยาก วันนี้เราจะมาทำความรู้จักขนมข้าวตู โบราณ และวิธีทำขนมข้าวตูอย่างง่าย เพียงแค่มีข้าวสวยก็สามารถทำได้แล้ว อีกทั้งขนมชนิดนี้สามารถทำให้คนในครอบครัวทานได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่อีกด้วย หรือจะทำเป็นขนมที่ใช้จัดงานงานเลี้ยงต่างๆ ได้เช่นกัน เพราะขนมข้าวตู เป็นสูตร ขนม ไทยมีความอร่อยเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และสวยงามเหมาะสำหรับนำมาทำขนมในงานต่างๆ สุดๆ 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม 

ข้าวตู
  1. ข้าวสาร 350 กรัม
  2. มะพร้าวอ่อน 1 ลูก
  3. น้ำตาลปิ๊บ 350 กรัม
  4. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  5. น้ำเปล่า 1 ½ ถ้วยตวง
  6. เทียนหอม 1 อัน

ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำขนมข้าวตู มะพร้าว อ่อนจะต้องมาเตรียมมะพร้าวก่อน โดยนำมะพร้าวอ่อนมาผ่าครึ่ง เสร็จแล้วขูดเอาเนื้อมะพร้าวใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นมาลงมือทำขนมข้าวตูขนมไทย ทำเองอย่างง่ายๆ ดังนี้

ข้าวตู
  1. มาเริ่มกันที่นำข้าวสารมาล้างทำความวะอาดด้วยน้ำประมาณ 2-3 รอบ จากนั้นเทน้ำออกให้สะเด็ดน้ำ เทข้าวสารใส่ลงไปในกระทะที่เตรียมไว้ เปิดไฟอ่อนๆ ใช้ตะหลิว หรือไม้พายคั่วข้าวสารไปเรื่อยๆ จนกว่า ข้าวจะแห้ง และมีสีเหลืองทอง เสร็จแล้วนำมาพักไว้ให้เย็น แล้วนำไปปั่นในเครื่องบดอาหาร ให้ข้าวสารละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. ต่อมาจะเตรียมเคี้ยวน้ำตาล โดยการนำไปตั้งเตา เปิดไฟปานกลาง ใส่น่ำเปล่า น้ำตาลปิ๊บ ทำการกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้วให้ใส่มะพร้าวขูด และเกลือลงไปกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนกว่าน้ำตาลงวด และแห้งลง
  3. หลังจากน้ำตาลแห้งลงแล้วให้ปิดไฟ ยกกระทะออกจากเตา นำข้าวสวยที่บดละเอียดลงไปกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เสร็จแล้วพักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที นำมาตักใส่พิมพ์ให้เป็นรูปทรง บีบอัดให้สวยงาม ใส่ข้าวตูลงในภาชนะที่เตรียมไว้ใส่เที่ยนอบขนมลงไป ปิดฝา อบทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เสร็จเรียบร้อย
ข้าวตู

หลังจากที่อบขนมด้วยเทียนอบขนมเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นสามารถนำมาจัดใส่จานให้สวยงามพร้อมทานคู่กับน้ำชา หรือกาแฟหอมกรุ่นได้ตามใจชอบ โดยรสชาติข้าวตู คือ ขนมที่มีความหวานเล็กน้อย และมีเนื้อสัมผัสที่นิ่มกรุบกรอบอร่อยเหมือนสูตรดั้งเดิม 

รวบรวมเทคนิคทำข้าวตู เนื้อเนียนนุ่มกรุบกรอบ ตามฉบับทำเอง 

ข้าวตู

ขนมข้าวตูตามสูตรดั้งเดิมนั้นเนื้อขนมจะเนียนนุ่ม และมีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบของมะพร้าวอ่อน ดังนั้นเทคนิคลับตามวิธี ทํา ข้าวตูโบราณให้อร่อยนั้นจะขึ้นอยู่กับการเลือกมะพร้าวที่มีเนื้ออ่อนกำลังดี ซึ่งวิธีเลือกมะพร้าวอ่อนง่ายๆ โดยจะต้องดูขั้วของมะพร้าวจะมีสีขาว และเขย่าเหมือนมีน้ำเต็มลูก แสดงว่า มะพร้าวลูกนั้นมีเนื้อมะพร้าวที่อ่อนนิ่มกำลังดี เพียงแค่นี้ก็จะได้เนื้อมะพร้าวอ่อนที่สามารถนำมาทำขนมแสนอร่อยได้แล้ว 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ขนมอร่อยเด็ดบอกต่อ ถั่วกวน เนื้อเนียน สีสวย หอมกลิ่นกะทิสด

ถั่วกวน

สำหรับคนที่ชอบทานเมนูขนมประเภทถั่วจะต้องรู้จัก ถั่วกวน ขนมก้อนกลมสีเหลืองสดใสอย่างแน่นอน เพราะขนมถั่วทอง หรือถั่วกวน เป็นขนมที่มีส่วนผสมของถั่วเขียวเลาะเปลือกที่มีเนื้อนุ่มกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน และมีกลิ่นถั่วหอมอ่อนๆ อีกทั้งหากนำหัวกะทิเข้มข้นแตกมันมาผสมด้วยแล้วยิ่งทำให้เนื้อขนมอร่อยสุดๆ ไปเลย นอกจากนี้ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกยังมีประโยชย์ต่อร่างกายอีกด้วย ที่สำคัญขนม ถั่ว กวนยังเป็นขนมที่สามารถทำทานด้วยตัวเอง โดยวิธีทำขนมนั้นถือว่าทำง่ายมากๆ ใครๆ ก็ทำได้ ทำอร่อยเหมือนซื้อจากร้านขนมเจ้าดังเลยทีเดียว 

แจกวิธีทำขนม ถั่วกวน อย่างง่าย ขนมหวานชาววัง เนื้อนุ่ม ก้อนกลม 

ถั่วกวน

กลับเข้าครัวไทยอีกครั้ง และครั้งนี้จะชวนทุกคนมาทำขนมถั่วกวน หนึ่งในขนมไทย โบราณที่หาทานได้ค่อนข้างยาก แต่ก็ยังมีขายอยู่เป็นบางพื้นที่ตามสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือตามตลาดน้ำแถวภาคกลาง โดยขนมถั่วทองมีขั้นตอนการทำที่ง่ายๆ ไม่มีความซับซ้อนเหมือนขนมไทยชนิดอื่นๆ ที่สำคัญส่วนผสมมีเพียงเล็กน้อย และวัถตุดิบสามารถหาซื้อได้ง่ายตามตลาดนัดแถวบ้าน และยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องใช้เตาอบอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นขนมที่หลายคนอยากทำทานเอง และอยากทำขายเป็นอย่างมาก 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ถั่วกวน
  1. ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือก 1 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  3. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  4. มะพร้าวขูด 100 กรัม
  5. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  6. เที่ยนอบขนม 1 อัน

สำหรับมะพร้าวขูดที่เป็นผสมของขนมถั่วทองหากใครอยากใส่มากกว่านี้สามารถใส่เพิ่มได้เลย และวัตถุดิบที่เป็นถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกสามารถใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ในสภาพดีสามารถใช้ทำขนมได้ ต่อมาจะเป็นการทำขนมถั่วทองขนมไทย ทำเอง ดังนี้

ถั่วกวน
  1. ในลำดับแรกเราจะนำถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกมาล้างน้ำทำความสะอาดประมาณ 3-4 ครั้ง หรือล้างจนกว่าน้ำจะใส จากนั้นนำมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง
  2. จากนั้นนำหม้อนึ่งมาตั้งเตาใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นนำผ้าขาวบางมารองถาดขนมใส่ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือก นำไปนึ่งให้สุกประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็น จากนั้นนำถั่วเขียวนึ่งสุกมาใส่ในเครื่องปั่น จากนั้นปั่นให้ละเอียด นำมาเทใส่หม้อที่เตรียมไว้ ใส่หัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ มะพร้าวขูดที่หั่นเป็นเส้นเล็กๆ เสร็จแล้วนำไปตั้งเตาเปิดไฟปานกลาง ใช้ไม้พายกวนส่วนผสมให้เข้ากันอย่างต่อเนื่องประมาณ 6 ชั่วโมง จนกว่าจะได้ขนมเนื้อละเอียด 
  3. หลังจากที่ครบเวลาแล้ว ให้ปิดไฟ แล้วนำเทียนอบขนมมาจุดใส่ในหม้อขนมให้มีกลิ่นหอมเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ตักขนมใส่ถาดเกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นตักขนมใส่ถาดทำการเกลี่ยให้ทั่ว ใช้พิมพ์ขนมที่เตรียมไว้กดลงไป จัดใส่จาน โรนหน้าด้วยมะพร้าวขูดเป็นฝอยให้สวยงาม
ถั่วกวน

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับสูตร ถั่ว กวน และวิธี ทำ ถั่ว กวนอย่างง่ายๆ เนื้อนุ่มนิ่ม รสชาติหวานกลมกล่อม หอมกลิ่นกะทิผสมผสานกับกลิ่นเทียนหอมอบอวลชวนหลงใหล ที่มาพร้อมกับรูปทรงกลมสวยงามยั่วยวนใจเป็นอย่างมาก หากใครสนใจขนมถั่วทอง ถั่วกวนสามารถทำตามสูตร ขนม ไทยถั่วทองทำเองตามที่เราแนะนำได้เลยอร่อยชัวร์ 

เผยสูตรลับทำขนม ถั่วกวน ทานเองให้อร่อย เนื้อนุ่มเนียนละเอียด 

ถั่วกวน

ถั่ว กวน เป็นขนมที่มีรสชาติหวานนุ่มนวล และกลิ่นหอมละมุนละไมอร่อยเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นใครที่ทำขนมถั่ว กวน โบราณทานเอง เรามีเคล็ดลับทำขนมให้อร่อยจะต้องล้างถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกประมาณ 3-4 รอบ เพื่อไม่ให้ถั่วมีกลิ่นเหม็นหืนนั่นเอง และในขั้นตอนการกวนถั่วทองจะต้องใช้ไฟอ่อนๆ และกวนอย่างต่อเนื่องจะทำให้เนื้อถั่วเนียนละเอียดมีกลิ่นหอม และอีกหนึ่งเคล็ดลับความอร่อยจะต้องใช้เทียนอบขนมไว้ประมาณ 30 นาที จะทำให้ขนมหอมอบอวลเพิ่มมากขึ้น

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

มือใหม่หัดทำ ขนม สาลี่ สูตรโฮมเมด เนื้อแน่นฟู หวานนุ่มนวล ชวนทาน

ขนม สาลี่

ขนม สาลี่ เป็นขนมที่มีหลากหลายสูตรไม่ว่าจะเป็น สูตรใบเตย กาแฟ มะลิ ลิ้นจี่ ส้ม และกลิ่นนมสด เป็นต้น โดยขนม สาลีแต่ละสูตรจะมีกลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันไป จึงทำให้ขนมมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะเนื้อเค้กจะมีความเนียนละเอียดนุ่มเด้งชวนทานเป็นอย่างมาก ที่สำคัญขนมสาลียังเป็นขนมมงมลที่คนสุพรรณบุรีนิยมทำขนมสำหรับไหว้เจ้าในวันตรุษจีน สารทจีนอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่อยากเดินทางไปซื้อขนมทานถึงสุพรรณเรามีสูตรขนมสาลีโฮมเมดทำทานเองได้ที่บ้านง่ายๆ ไปดูกันเลย

วิธีทำขนมพื้นบ้าน ขนม สาลี่ สูตรขนมไทยแป้งนิ่มเด้ง ฉบับโฮมเมด

ขนม สาลี่

สำหรับใครที่ชอบทานขนมช่วงบ่ายๆ ต้องไม่พลาดกับขนม สาลี่ ขนมพื้นบ้านของฝากจากสุพรรณบุรีที่มีเนื้อนุ่มละมุนละลายในปาก ผสมผสานกับความหอมอร่อยเย้ายวนใจชวนทานจนต้องอยากลองทำทานเองสักครั้ง และแน่นอนว่าวิธี ทำ ขนม สาลี่ทำไม่ยาก และไม่ซับช้อนเหมือนกับเบเกอรี่ทั่วไปอีกด้วย ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะมาทำขนมสาลีสไตล์โฮมเมดอย่างง่ายดังนี้ 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ขนม สาลี่
  1. น้ำตาลทรายขาว 1 ½ ถ้วยตวง
  2. ไข่ไก่ 5 ฟอง
  3. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
  4. ใบเตย 7 ใบ
  5. แป้งเค้ก 1 ½ ถ้วยตวง
  6. น้ำลอยมะลิ 2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  8. กลิ่นมะลิ ¾ ช้อนชา

สำหรับสูตร ขนม สาลี่เป็นสูตรใบเตยสีเขียวธรรมชาติ หอม หวานยวนใจ โดยก่อนอื่นมาเตรียมน้ำใบเตยกันก่อน เริ่มจากนำใบเตยมาล้างทำความสะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียดกรองเอาแต่น้ำเตรียมไว้ก่อนนำมาขนมสาลี่

ขนม สาลี่
  1. ขั้นตอนแรกนำไข่ไก่ตอกใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ทำการตีไข่ด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าด้วยความเร็วสูงประมาณ 15 นาที จนไข่ฟู จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปที่ละนิด ตีต่อไปเพื่อให้น้ำตาลละลายหมด เมื่อไข่มีสีเหลืองนวลให้ใส่น้ำใบเตย และเกลือป่นลงไป ตีส่วนผสมทั้งหมดทั้งหมดให้เข้ากัน ใส่แป้งลงไปสลับกับน้ำลอยดอกมะลิ เสร็จแล้วตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง 
  2. นำแป้งที่ผสมเสร็จแล้วนำมาเทลงบนถาดที่วางด้วยกระดาษไข ใช้พายยางเกลี่ยแป้งให้หน้าเสมอกัน นำหม้อนึ่งมาตั้งเตาเตาใส่น้ำเปล่าลงไป ใช้ไฟแรง จากนั้นนำลังวางบนหม้อนึ่งตามด้วยถาดอบขนม ปิดฝา นึ่งเป็นเวลา 10-15 นาที จากนั้นไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มลงไปแล้วดึงออกมาหากเนื้อขนมไม่ติดไม้แสดงว่าขนมสุกดีแล้ว ปิดเตา แล้วยกถาดออกมาใช้มีดตัดเป็นชิ้นเล็ก จัดวางใส่จานเสร็จเรียบร้อย
ขนม สาลี่

ในส่วนของวิธีทำขนมสาลีก็จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขนมที่ได้จะมีเนื้อแป้งสีเขียวเนื้อนุ่มเด้ง กลิ่มหอม และรสชาติหวานละมุน หากได้ลองชิมสักชิ้นรับรองว่าจะต้องติดอกติดใจอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามขนมชนิดนี้ยังมีหลายคนสงสัยว่าขนมถ้วย ฟู ปุยฝ้าย สาลี่ ต่างกันอย่างไร ซึ่งขนมถ้วยฟูเนื้อจะแตกฟูเล็กน้อย ส่วนขนมปุยฝ้ายหน้าขนมจะแตกเป็นแฉกชัดเจน และขนมสาลี่เป็นก้อนสี่เหลี่ยมนั่นเอง 

แนะนำสูตรขนม สาลี่ ขนมหวานไทย แป้งกรอบนอก นุ่มใน 

ขนม สาลี่

ขนมสาลี่ นอกจากจะเป็นขนมทานเล่นๆ แล้วยังเป็นขนมที่สามารถนำมาเป็นขนมงานวันเกิดก็ได้เช่นกัน และสำหรับใครอยากลองทำขนม สาลี่ ไหว้เจ้า หรือทำทานเอง สูตรเนื้อแป้งกรอบนอกนุ่มในสามารถทำเองได้ โดยใช้สูตรขนมสาลี่ใบเตยนึ่งที่ทำไปก่อนหน้านี้ แต่จะเปลี่ยนจากวิธีนึ่งมาเป็นวิธีอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 40 นาที นำออกจากเตาจะได้ขนมเนื้อแป้งกรอบนุ่มพร้อมจัดใส่จานเสิร์ฟคู่กับกาแฟเพื่อความอร่อยที่ลงตัว 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ย้อนรอยวันวาน ขนม ผิง สูตรดั้งเดิม หวานกรุบกรอบ ก้อนกลมสุดคิวท์

ขนม ผิง

ในสมัยก่อนขนมหวานไทยถือว่าเป็นที่นิยมของเหล่าขุนนางในวัง และชาวบ้านทั่วไปมักจะเตรียมขนมหวานเป็นสำรับคู่กับอาหารคาว เพราะหลังจากที่ทานอาหารคาวไปแล้วจะตบท้ายด้วยของหวานเพื่อดับความคาวในปากเสมอ และเมนูขนมหวานที่นิยมทานก็คือ ขนม ผิง มีกลิ่นหอมของเทียนหอม เนื้อแป้งแห้งกรุบกรอบที่มาพร้อมกับรูปทรงกลมๆ สุดน่ารักสามารถทานเล่นได้ทั้งวัน ที่สำคัญเด็กๆ จะชอบทานขนม ผิง โบราณมากๆ เพราะเป็นขนมทานได้อย่างเพลิดเพลิน และสามารถทานได้เยอะอีกด้วย

รวมขั้นตอนการทำ ขนม ผิง สูตรชาววัง ทำง่าย รสชาติอร่อยครบรส 

ขนม ผิง

วันนี้จะชวนชาวขนมหวานมาลองทำ ขนมผิง แป้งกรอบ ก้อนกลมทานเองที่บ้านง่ายๆ ซึ่งสูตร ขนม ผิงชาววัง รสดั้งเดิมหวานอร่อย มันกำลังดีทานแล้วได้ความฟินอร่อยทุกคำ นอกจากนี้วิธีทำขนมก็ง่ายมากๆ แถมยังทำได้ในปริมาณเยอะๆ และสามารถเก็บไว้ทานได้เป็นเดือนเลยทีเดียว อีกทั้งสูตรขนมที่เรามาแจกนั้นสามารถทำขายได้ด้วย ดังนั้นใครที่สนใจสามารถทำตามเราได้เลย

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ขนม ผิง
  1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  2. หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  4. กลิ่นนมแมว 1 ช้อนโต๊ะ
  5. แป้งมัน 2 ถ้วยตวง

ในส่วนของส่วนผสมแต่งกลิ่นขนมผิงตามสูตร ขนม ไทยจะใช้กลิ่นนมแมว แต่ถ้าไม่สามารถหากลิ่นนมแมวได้สามารถใช้กลิ่นวานิลลาแทนได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าวัตถุดิบที่ใช้ทำขนมนั้นมีเพียงนิดเดียวสามารถหาซื้อได้ตามตลาด หรือร้านค้าอุปกรณ์ทำขนมไทย โบราณทั่วไป 

ขนม ผิง
  1. นำหัวกะทิ น้ำตาลทราย มาเทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน นำหม้อมาตั้งเตา และทำการเปิดไฟวอร์มหม้อให้ร้อน หลังจากนั้นลดไฟลงปานกลางถึงค่อนข้างอ่อน หลังจากนั้นส่วนผสมของกะทิที่เตรียมไว้ลงไป ทำการคนเรื่อยๆ จนกว่าน้ำกะทิจะข้นหนืด เสร็จแล้วยกหม้อออกจากเตา พักไว้ให้เย็น
  2. นำแป้งมาร่อนผ่านกระชอน เพื่อเอาก้อนแป้งเล็กๆ ออกจะเนื้อแป้งที่เนียนละเอียด พักไว้ก่อน นำกลิ่นนมแมว น้ำกะทิ มาเทรวมกัน คนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลายเข้ากัน ใส่ไข่ไก่ลงไป ทำการตีส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นเทน้ำกะทิคนให้ละลาย ใส่แป้งมันลงไป แล้วใช้มือนวดแป้งจนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะเข้ากันดี 
  3. เตรียมถาเอบแล้วทาน้ำมันมะพร้าวให้ทั่ว นำแป้งมาปั้นเป็นก่อนกลมๆ เล็กๆ วางเรียงกันบนถาด ซึ่งจะต้องวางแป้งให้มีช่องว่างเท่าๆ กัน นำถาดขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เปิดไฟบน-ล่าง ใช้เวลา 10 -15 นาที เสร็จแล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็น
ขนม ผิง

สำหรับขนมผิงที่เย็นตัวลงแล้วสามารถนำมาบรรจุใส่กล่องพลาสติก หรือขวดโหลขนาดเล็กที่มีฝาปิดสนิทสามารถเก็บไว้ได้เป็นเดือน โดยที่ขนมไม่เปลี่ยนแปลงสภาพ แถมรสชาติหวาน กรอบ อร่อยเหมือนเพิ่งออกจากเตาเลยทีเดียว สำหรับคนไหนอยากทำขนม ไทยทานเองสามารถทำตามวิธี ทำ ขนม ผิง สูตรชาววังที่เรานำมาแนะนำแล้วจะไม่ผิดหวัง

เคล็ดลับสุดปังทำ ขนมผิง กรอบ หอม หวาน อร่อยตามสูตรชาววัง 

ขนม ผิง

ขนมผิง เป็นขนมที่สามารถนำมาทานเป็นของทานเล่นได้ตลอดเวลา และยังทานได้อย่างอร่อยเพลิดเพลินใจ ที่สำคัญสามารถพกพาได้สะดวกอีกด้วย นอกจากนี้ขนมผิงยังเป็นขนมไทย ทำเองง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากสามารถทำทานได้ทั้งครอบครัว ซึ่งขนม ผิง ทำ จากแป้งมันผสมกับน้ำกะทิจึงทำให้ขนมรสมันหอมกลมกล่อม โดยเคล็ดลับการทำขนมผิงให้อร่อยนั้นไม่ยาก เพียงแค่ในขั้นตอนผสมหัวกะทิกับน้ำตาลนำไปตั้งเตาจะต้องทำการคนให้สม่ำเสมอจนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะเป็นเนื้อเดียวกันให้พอหนืดสามารถสังเกตได้โดยการใช้ช้อนตักน้ำขึ้นมาถ้าหยดเป็นสายแสดงว่าใช้ได้แล้ว เมื่อทำขนมเสร็จแล้วขนมจะมีรสหวานนุ่มลิ้น และกรอบอร่อย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

เข้าครัวไทยชวนทำ ข้าวเม่า สูตรโบราณ หอมกลิ่นข้าวละมุนละไม

ข้าวเม่า

ชวนมาทำความรู้จักกับขนม ข้าวเม่า สีเขียว นุ่มหนึบหนับ รสชาติหวานเล็กน้อย และหอมกลิ่นข้าวอ่อนๆ กำลังดี สำหรับข้าวเม่า คือ การนำข้าวที่ยังไม่แก่มาแปรรูปให้สามารถทำเป็นขนมหวานในช่วงหลังทำนาเสร็จ โดยสมัยก่อนจะนิยมทานข้าวเม่าคลุกกับมะพร้าวขูดง่ายๆ แต่มาพร้อมกับความอร่อยทานได้ไม่มีเบื่อ ที่สำคัญยังสามารถทานเป็นอาหารว่างรองท้องคุมหิวได้ด้วย 

วิธีทำขนม ข้าวเม่า สูตรทอดกรอบ หวาน มัน เค็ม เนื้อข้าวกรอบอร่อย 

ข้าวเม่า

ในสมัยอดีตมักจะมีแม่ค้าหาบเร่ขายขนมข้าวเม่าตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งในสมัยนั้นคนจะนิยมทานข้าวเม่า สดคลุกเคล้ากับมะพร้าวขูดที่มีรสชาติอร่อยหนับหนึบทานได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบันขนมข้าวเม่าได้มีการปรับปรุงให้มีความหลากหลายชวนทานมากขึ้น และสูตรที่คนนิยมทานมากที่สุดจะเป็นข้าวเม่าทอดสอดไส้กล้วยหอมหวานกรอบอร่อยที่มีวิธีทำง่ายมากๆ สามารถทำเองได้ และไม่ต้องหาซื้อทานให้เสียเวลา เพราะขนมข้าวเม่า สูตรทอดกรอบถือว่า เป็นขนมที่ค่อนข้างหาซื้อทานได้ค่อนข้างยากในปัจบัน 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ข้าวเม่า
  1. ข้าวเม่า 1 ½ ถ้วยตวง
  2. กล้วยไข่สุกงอม 1 หวี
  3. น้ำเปล่า ½ ถ้วยตวง
  4. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  5. น้ำตาลปิ๊บ 250 กรัม
  6. น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  8. น้ำมันพืช 1 ขวด 
  9. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  10. เกลือป่น ½ ช้อนชา

สำหรับส่วนผสมที่เตรียมไว้นั้นเป็นส่วนผสมของสูตรข้าวเม่าทอด โบราณสอดไส้กล้วยไข่หวานกรอบนอกนุ่มในที่มาพร้อมกับวิธีทำอย่างง่าย รับรองว่าคนที่เป็นมือใหม่สามารถทำทานเองได้ 

ข้าวเม่า
  1. มาเริ่มที่ขั้นตอนแรก นำข้าวเม่าแบ่งออกมา 1 ถ้วย จากนั้นนำไปคั่วด้วยไฟอ่อนๆ ให้พองกรอบ แล้วนำมากดบี้ให้แตก พักไว้ก่อน จากนั้นนำข้าวเม่าที่เหลือผสมกับน้ำแล้วทำการนวดพอนุ่ม ใส่มะพร้าวขูดตามด้วยน้ำตาลปิ๊บคลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่ข้าวเม่าคั่วลงไปผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำไปกวนโดยใช้ไฟอ่อนๆ พอให้ข้าวสามารถขึ้นได้ 
  2. นำแป้งข้าวเจ้า หัวกะทิ เกลือ และน้ำปูนใสเทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน นำกล้วยมาห่อด้วยข้าวเม่าที่เตรียมไว้ นำกระทะมาตั้งเตา รอให้น้ำมันร้อน ใช้ไฟแรง จากนั้นำกล้วยชุบมาผสมกับแป้งลงทอด และใช้มือจุ่มแป้งชุบทอดแล้วโรยลงไปในกระทะในขณะที่กำลังทอดกล้วยอยู่ และใช้ตะหลิวเขี่ยไปให้แป้งสุก จากนั้นตักขึ้นมาพร้อมกับแป้งฝอยทอดพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ต่อมาให้ทอดกล้วยข้าวเม่าให้เหลืองสุก ทำการตักขึ้นมาพักไว้ในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานให้ขนมเย็นลง พร้อมทาน
ข้าวเม่า

ขนมข้าวเม่าทอดสอดไส้กล้วย เป็นขนมไทย โบราณที่มีวิธีทำไม่ยาก และไม่ซับซ้อน อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ทำขนมก็มีเพียงน้อยนิด ส่วนรสชาติหวานกรอบนอกนุ่มในทานง่ายๆ อร่อยจนต้องทานเพิ่มจนลืมเรื่องน้ำหนักตัวไปเลย นอกจากนี้ขนมข้าวเม่าขนมไทย ทำเองยังสามารถทำขายในตลาดนัดใกล้บ้านได้กำไรตั้งแต่วันแรกที่ทำขายเลยทีเดียว 

ขนมข้าวเม่า ขนมโบราณ กลิ่นหอมนุ่มหนึบหนับ ประโยชน์เพียบ

ข้าวเม่า

หลังจากที่ดูวิธีการทำข้าวเม่าสอดไส้กล้วยทอดสูตร ขนม ไทย รสชาติหวานฉ่ำเนื้อกล้วยผสมผสานกับแป้งกรอบอร่อยอย่างลงตัว และขนมข้าวเม่าสูตรทอดยังเป็นที่นิยมของหลายๆ บ้านที่ชอบทานเป็นประจำ ในส่วนความเป็นมาของขนมเชื่อว่าหลายคนรู้แล้วว่าข้าวเม่า ทํา มา จากข้าวเหนียว ข้าวเปลือกที่ยังไม่แก่ นำมาคั่ว และนวดให้เปลือกหลุดออกเหลือแค่เมล็ดข้าวสีเขียวที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ไขมัน วิตามินบี 1 ธาตุเหล็ก และโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ระบบการทำงานของสมองดีมากขึ้น

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

เมนูขนมคลายร้อน ข้าวเหนียว ทุเรียน หวานนุ่ม หอมกลิ่นทุเรียนเนื้อแน่น

ข้าวเหนียว ทุเรียน

อีกหนึ่งเมนูขนมหวานไทยที่สามารถคลายร้อนได้ในช่วงนี้ต้องยกให้ ข้าวเหนียว ทุเรียน กลิ่นหอมชวนทานเย้ายวนใจจนอดไม่ได้ที่จะต้องลองชิมสักคำสองคำ นอกจากนี้ข้าวเหนียว ทุเรียน โบราณยังเป็นขนมไทยยอดนิยมของคนไทย และคนต่างชาติอย่างคนจีนที่ชอบทานทุเรียนสุดๆ จนต้องซื้อกลับไปฝากเพื่อนๆ ที่จีนเลยทีเดียว สำหรับจุดเด่นของขนมชนิดนี้อยู่ที่ทุเรียนเนื้อแน่น หวานละมุ่นนุ่มลิ้นจึงทำให้เมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวเหนียวทุเรียนมีรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมนุ่มลึกฟินสุดๆ ไปเลย 

วิธีทำ ข้าวเหนียว ทุเรียน สูตรข้าวเหนียวมูนนุ่มๆ เนื้อทุเรียนจัดเต็มทุกคำ 

ข้าวเหนียว ทุเรียน

ใครเป็นสายทุเรียนต้องไม่พลาดกับเมนูขนมหวานอร่อยๆ ทานได้ทุกวันอย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน เมนูที่หลายๆ คนยกให้เป็นขนมหวานของไทยที่มีชื่อเสียง และอร่อยที่สุด ที่สำคัญเป็นขนมที่หาซื้อง่ายราคาไม่แพงอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นขนมหวานที่สามารถทำทานเองได้ เพียงแค่ซื้อทุเรียนมาสักลูกก็สามารถทำข้าวเหนียว มูน ทุเรียนเนื้อแน่น หวานฉ่ำทานได้ทั้งครอบครัว โดยขั้นตอนทำขนมทุเรียนง่ายมากๆ แต่ต้องเตรียมวัตถุดิบก่อนดังนี้

วัตถุดิบ และส่วนผสมของข้าวเหนียวมูน

ข้าวเหนียว ทุเรียน
  1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 ถ้วยตวง
  2. น้ำสะอาด 1 ½ ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ใบเตย 3 ใบ
  5. กะทิคั้นสด ¾ ถ้วยตวง
  6. เกลือป่น ½ ช้อนโต๊ะ

วัตถุดิบ และส่วนผสมน้ำกะทิทุเรียน

ข้าวเหนียว ทุเรียน
  1. ทุเรียนหมอนทองสุก 150 กรัม
  2. น้ำตาลโตลด 5 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  5. ใบเตย 4 ใบ
  6. กะทิคั้นสด 500 กรัม

สำหรับขั้นตอน และวิธี ทำ น้ำกะทิ ทุเรียนข้าวเหนียวมูนจะใช้กะทิคั้นสดจะมีความหอมละมุน และแตกมันเพิ่มความอร่อยของขนมมากขึ้น แต่ใครไม่สามารถหาซื้อกะทิคั้นสดได้ก็สามารถใช้กะทิกล่องสำเร็จรูปแทนได้เช่นกันอร่อยตามสูตรโบราณเหมือนเดิม

ข้าวเหนียว ทุเรียน
  1. นำข้าวเหนียวมาล้างทำความสะอาดสักประมาณ 2 ครั้ง แล้วทำการแช่ข้าวทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั้วโมง พอครบกำหนดเวลาให้ซาวข้าวเหนียวใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ 
  2. นำหม้อนึ่งมาตั้งเตา ใส่น้ำเปล่า และใบเตยลงไป เปิดไฟอ่อนๆ นำผ้าขาวบางวางลงบนหวดนึ่งข้าว จากนั้นใส่ข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ลงไป นึ่งทิ้งไว้ประมาณ 30-40 นาที หลังจากที่ข้าวเหนียมสุกเรียบร้อยแล้ว ให้นำออกมาพักไว้ในชามที่เตรียมไว้ 
  3. ในลำดับต่อมาจะเป็นขั้นตอนการทำข้าวเหนียวมูน โดยนำหม้อมาตั้งเตา ใส่หัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ ใบเตย ต้มด้วยไฟอ่อนๆ รอให้น้ำกะทิร้อนปิดเตาได้เลย จากนั้นนำมาราดบนข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ คลุกเค้าให้เข้ากัน พักไว้ให้น้ำกะทิซึมเข้าไปในข้าวเหนียวประมาณ 1 ชั่วโมง
  4. ทำน้ำกะทิด้วยการนำหม้อมาตั้งเตา ใส่เนื้อทุเรียนลงไป ตามด้วย น้ำกะทิ น้ำตาล ใบเตย และเกลือ ต้มให้น้ำกะทิร้อน ปิดเตา เสร็จแล้วตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วย ตามด้วยน้ำกะทิทุเรียน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ข้าวเหนียว ทุเรียน

สำหรับวิธี ทำ ข้าวเหนียว ทุเรียนอย่างง่ายจะใช้ทุเรียนเพียงแค่ลูกเดียวก็สามารถทานได้ทั้งครอบครัว หรือจะทำแจกเพื่อนบ้านก็ยังได้ อีกทั้งข้าวเหนียวทุเรียนทำเองยังมีรสชาติอร่อยกลมกล่อมอัดแน่นไปด้วยเนื้อทุเรียนหวานอร่อยละมุนลิ้นทานได้อย่างเพลิดเพลินใจ 

ข้าวเหนียว ทุเรียน หวานอร่อยครบรส แถมมีประโยชน์

ข้าวเหนียว ทุเรียน

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน หอมละมุน จึงทำให้หลายคนชอบทานเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่ทานได้ตลอดเวลา และไม่สามารถหยุดทานได้เลย นอกจากนี้ยังทำเป็นขนมข้าวเหนียว ทุเรียน รสชาติหวานกลมกล่อม ซึ่งขั้นตอนการทำน้ำกะทิ ทุเรียนข้าวเหนียวหอมนุ่มง่ายๆ และอร่อยด้วย ที่สำคัญทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ ช่วยเผาผลาญไขมัน มีโพแทสเซียมสูง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามหากทานมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

แชร์สูตร ขนม โตเกียว ขนมไทย แป้งนุ่ม ไส้ทะลัก หอมกลมกล่อม

ขนม โตเกียว

ขนม โตเกียว เป็นขนมที่คาดว่าดัดแปลงมาจากขนมยอดนิยมของญี่ปุ่นอย่าง โดรายากิ ที่ทำมาจากแป้งแพนเค้กมีลักษณะเป็นแป้งนิ่มนุ่มทานง่าย สำหรับขนมโตเกียวที่วางขายในท้องตลาดจะมีไส้คัสตาร์ดวานิลลาที่มีรสชาติหวานหอมกลิ่นวานิลา และยังมีอีกหนึ่งไส้ที่อร่อยไม่แพ้กันคือ ไส้บิ๊กไบต์ รสชาติกลมกล่อมทานคู่กับแป้งนิ่มเข้ากันสุดๆ นอกจากนี้ขนมโตเกียวยังเป็นที่นิยมของเด็กๆ ในปัจจุบันอีกด้วย 

วิธีทำขนมแสนอร่อย ขนม โตเกียว สอดไส้หวาน เค็ม ทำง่าย ทำได้แน่นอน

ขนม โตเกียว

มาต่อกันที่ขนมแป้งนุ่มอย่างขนม โตเกียว เป็นขนมไทยโบราณที่มีลักษณะเป็นแผ่นแป้งนุ่มๆ สอดไส้หวาน และไส้เค็มแล้วม้วนเข้าหากันขนาดพอดีคำทานง่าย และอร่อยจนต้องทานเพิ่มอีกสักชิ้น เรียกได้ว่าขนมโตเกียวมีรสชาติกลมกล่อมอร่อยทานแล้วไม่เลี่ยน และที่สำคัญขนมโตเกียวยังเป็นขนมที่ขายดีสุดๆ เพราะผู้คนนิยมซื้อกลับบ้านไปฝากคนในครอบครัวหลังเลิกงานเป็นประจำ สำหรับคนไหนอยากทำขนมขายเรามีสูตร ขนม โตเกียวอย่างง่ายมาให้ได้ทำขาย เพื่อเป็นการหารายได้เสริมหลังเลิกงาน

วัตถุดิบ และส่วนผสมแป้ง

ขนม โตเกียว
  1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  2. เกลือ ½ ช้อนชา
  3. น้ำตาลทราย 100 กรัม
  4. แป้งเค้ก 150 กรัม
  5. ผงฟู ½ ช้อนชา
  6. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  7. น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม และวัตถุดิบของไส้ครีม

ขนม โตเกียว
  1. ไข่แดง 2 ฟอง
  2. น้ำตาลทราย 60 กรัม
  3. แป้งเค้ก 15 กรัม
  4. นมสดรสจืด 400 กรัม
  5. เนยสดรสจืด 30 กรัม

วัตถุดิบ และส่วนผสมของไส้เค็ม

ขนม โตเกียว
  1. ไส้กรอก 5 ชิ้น
  2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  3. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  4. หมูสับ 20 กรัม
  5. ซอสปรุงรส ½ ช้อนชา

สำหรับแป้ง โตเกียวจะใช้แป้งเค้กยี่ห้อใดก็ได้ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วไป ในส่วนสูตรขนมจะทำทั้งหมด 2 ไส้ คือไส้หวาน และเค็ม โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขนม โตเกียว
  1. อันดับแรกมาเตรียมแป้งขนม โดยนำแป้งเค้ก และผงฟูมาร่อนลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ ใส่ไข่ไก่ น้ำตาล เกลือ และกลิ่นวานิลลา ใส่น้ำเปล่า คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน พักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. ต่อมาจะเป็นการทำไส้ขนมหวาน เริ่มจากนำไข่ไก่ น้ำตาล เกลือ ใส่ลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นผสมให้เข้ากัน พักไว้ก่อน หลังนั้นมาเตรียมแป้งเค้ก และแป้งข้าวโพดลงไปผสมต่อให้เข้ากัน ใส่นม และกลิ่นวานิลลา ไปตั้งไฟ พอให้นมเดือดแล้วปิดเตา เสร็จแล้วนำไปเทใส่ในส่วนผสมที่เป็นไข่คนทั้งหมดให้เข้ากัน นำมากรอง 1 รอบในหม้อต้ม แล้วนำมาไปตั้งเตา ใช้ไฟอ่อนๆ ใส่เนย คนให้เข้ากันจนแป้งหนืด ปิดเตาได้เลย 
  3. ทำการเตรียมไส้เค็ม นำไส้กรอก และหมูสับมาลวกให้สุก จากนั้นมาเริ่มทำขนมกันเลย เริ่มจากนำแป้งที่พักไว้มาใส่น้ำมันพืช คนส่วนผสมให้เข้ากัน ตั้งกระทะทาเนย ตักแป้งละเลงแป้งให้เป็นวงกลม ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ม้วนเข้าหากัน จัดจานพร้อมทาน
ขนม โตเกียว

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับขนมโตเกียว ไส้ หวาน และไส้เค็ม รสชาติอร่อยถูกใจ ตามสูตร แป้ง โตเกียวนื้อนิ่มที่มีกลิ่นหอมของวานิลลาละมุนลิ้นพร้อมทำขายได้เลย รับรองว่าขายหมดภายใน 1 ชั่วโมงแน่นอน หรือจะทำเก็บไว้ให้คนในครอบครัวทานได้อร่อยฟินทุกคำ 

ขอเสนอ ขนม โตเกียวยักษ์ ไส้ล้น รสอร่อย ขนมยอดฮิตติดเทรนด์

ขนม โตเกียว

ขนมโตเกียว เป็นขนมวัยเด็กที่ชอบทานทุกวัน เพราะรสชาติอร่อย โดยเฉพาะโตเกียว ไส้ เค็มที่เป็นสูตรออริจินอล นอกจากนี้ขนมยังมีราคาถูกมากหาซื้อได้ตามหน้าโรงเรียน และตลาดนัดแถวบ้าน แต่ปัจจุบันขนมโตเกียวมีการพัฒนาสูตร และวิธี ทำ ขนม โตเกียวให้มีความน่าทานมากขึ้นอย่างขนมโตเกียวยักษ์ที่อัดแน่นไปด้วยไส้รวมมิตรอย่าง หมูสับ ไข่นกกระทา ไส้กรอก และยังมีไส้หวาน อาทิ ฝอยทอง ครีมคัตตาร์ดที่หวานหอมอร่อยโดนใจ 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ขนมหวานยอดนิยม มะพร้าวแก้ว หลากหลายสีสัน หวานกรุบกรอบ

มะพร้าวแก้ว

มะพร้าวทึนทึกไม่เพียงแค่นำมาทำเป็นน้ำกะทิได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาทำขนม มะพร้าวแก้ว หลากหลายสีสันสวยงาม แถมรสชาติหวาน เนื้อมะพร้าวกรุบกรอบทานได้อร่อยไม่มีเบื่อ นอกจากนี้การทำ มะพร้าวแก้วยังช่วยลดปริมาณมะพร้าวล้นตลาดได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังสามารถทำขายได้กำไรเพิ่มมากขึ้นกว่าการขายเพียงแค่ลูกมะพร้าวอีกด้วย สำหรับขนมมะพร้าวแก้วสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าขายขนมไทยทั่วไป หรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงงานจัดแสดงสินค้าโอท็อป เป็นต้น

ขั้นตอนการทำขนมไทยโบราณ มะพร้าวแก้ว สีสันสดใส รสชาติอร่อย ถูกใจ 

มะพร้าวแก้ว

วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำการถนอมอาหารกันกับเมนูขนมหวานแสนอร่อยอย่าง มะพร้าว แก้ว ขนมโอท็อปที่มีเนื้อหวานกรุบกรอบทานคู่กับอะไรก็อร่อย โดยเฉพาะชาเขียวร้อนๆ จะช่วยตัดความหวานขนมได้อย่างลงตัว สำหรับวิธี ทำ มะพร้าวแก้วก็ไม่ยาก เพียงแค่มีมะพร้าวทึนทึกสักลูกก็สามารถทำได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถทำได้หลากหลายสีสันอีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่เคยทำขนมมาก่อนก็สามารถทำเมนูนี้ได้ง่ายๆ ใช้เวลาทำเพียงน้อยนิด 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

มะพร้าวแก้ว
  1. เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดเส้น 400 กรัม
  2. น้ำเปล่า 100 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 240 กรัม
  4. กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
  5. น้ำกระเจี๊ยบเข้มข้น ½ ถ้วยตวง
  6. นำอัญชัญ ½ ถ้วยตวง
  7. น้ำใบเตย ½ ถ้วยตวง
  8. เกลือ ½ ช้อนชา

การแปรรูปขนมมะพร้าวทึนทึกสามารถทำได้ง่ายๆ สำหรับสูตรที่เราจะทำนั้นเป็นสูตรมะพร้าวหลากสีสัน โดยจะใช้สีผสมที่ได้จากธรรมชาติ ในลำดับต่อมาจะเป็นวิธี ทำ มะพร้าวแก้ว แบบ เส้นกรุบกรอบดังนี้

มะพร้าวแก้ว
  1. นำกระทะมาตั้งเตา ใส่น้ำตาลทราย น้ำเปล่า ตามด้วยกลิ่นมะลิผสมให้เข้ากัน นำมะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้นๆ ใส่ลงไปในกระทะ เปิดไฟอ่อนๆ ผัดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนกระทั่งน้ำตาลเริ่มงวด ปรุงรสด้วยเกลือคนให้เข้ากัน
  2. จากนั้นมะพร้าวที่ผัดเสร็จแล้วมาแบ่งใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ 3 ส่วน จากนั้นใส่น้ำอัญชัญ น้ำใบเตย และน้ำกระเจี๊ยบลงไปผัดจนในแต่ละส่วนที่แบ่งไว้กระทั่งสีกระจายเข้ากันเส้นมะพร้าว เสร็จแล้วผัดให้เข้ากันอีกรอบ
  3. นำมะพร้าวที่ผสมสีเรียบร้อยมาเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที หรือจนกว่าเส้นมะพร้าวจะแห้งดี จากนั้นนำเอาขนมออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็น จัดใส่จานให้สวยงามพร้อมเสิร์ฟได้เลย 
มะพร้าวแก้ว

การ ทำ มะพร้าวแก้วทานเองที่บ้านไม่ยากอย่างคิด แถมยังได้ทานขนมสดใหม่หอมกรุ่นๆ จากเตา ที่มาพร้อมรสชาติหวาน กรุบกรอบกำลังดี และมีให้เลือกทานได้หลากสีอีกด้วย ในส่วนของขนมที่ทานไม่หมดสามารถเก็บใส่ภาชนะจำพวกกล่องที่มีฝาปิดสนิทจะช่วยให้เก็บไว้ได้นานมากขึ้น หรือบ้านไหนมีถุงพลาสติกสามารถบรรจุใส่ในถุงพลาสติกเก็บไว้ได้เหมือนกัน 

เทคนิคลับทำขนมแปรรูปมะพร้าวแก้ว ให้อร่อย ไม่แข็ง และไม่เหนียว 

มะพร้าวแก้ว

มะพร้าวแก้วมีหลากหลายสูตร อาทิ สูตรมะพร้าวแก้วแบบเส้น และแผ่นนิ่มๆ หนึบหนับ หอมละมุน รสชาติหวานมัน และหากใส่สีผสมลงไปในเนื้อมะพร้าวยิ่งทำให้ขนมมีความน่าสนใจ และทำให้รู้สึกถึงความอร่อยมากยิ่งขึ้น สำหรับการทำขนมมะพร้าวแก้วเองที่บ้านตามวิธี ทำ มะพร้าวแก้ว สูตร โบราณ เนื้อมะพร้าวนิ่มกรุบกรอบจะต้องระวังในขั้นตอนการผัดมะพร้าวไม่ให้ไหม้ และต้องหมั่นคนสม่ำเสมอจนกว่าน้ำเชื่อมจะงวดแล้วค่อยยกกระทะออกมาพักไว้ นอกจากนี้หลังจากที่คลุกเคล้าเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำขนมมาตากลม หรือเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสจะทำให้น้ำตาลคลายความชื้น และเนื้อมะพร้าวแห้งเร็วขึ้น 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

เมนูขนมสุดคลาสสิก กล้วย ฉาบ กล้วยกรอบ หวาน มัน เค็ม จัดเต็มครบรส

กล้วย ฉาบ

กล้วยน้ำว้าขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ประจำบ้านที่หลายๆ คนชอบทานเป็นประจำ เพราะนอกจากรสชาติจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน และที่สำคัญกล้วยยังสามารถนำมาแปรรูปทำขนมได้หลากหลายชนิด อย่าง กล้วย ฉาบ ถือว่าเป็นเมนูขนมไทย โบราณยอดนิยม และยังเป็นขนม ไทย ทำ ง่ายๆ ที่มีขั้นตอนไม่ซับช้อน ปัจจุบันขนมกล้วยฉาบถูกยกให้เป็นสินค้าโอท็อปที่นักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และคนต่างชาตินิยมซื้อเป็นของฝากให้กับเพื่อนๆ หรือญาติผู้ใหญ่อีกด้วย

วิธีทำ กล้วย ฉาบ สูตรโบราณ กรอบอร่อย ทำทานได้ทั้งบ้าน

กล้วย ฉาบ

หากบ้านไหนที่ปลูกกล้วยไว้เยอะทานไม่ทันจนกล้วยจะเน่าก่อนก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราจะพามาแปรรูปขนมกล้วยๆ ให้มีความแปลกใหม่ ไม่จำเจ นั่นก็คือ กล้วยฉาบ ขนมกล้วยแผ่นบาง เคลือบด้วยน้ำเชื่อมหวานๆ กรอบอร่อยเคี้ยวเพลินกำลังดี ในส่วนวิธีทำก็ไม่ยากสามารถทำได้สะดวกสบาย นอกจากนี้เรายังมีวิธี ทํา กล้วยฉาบ ให้ กรอบ นาน และสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่ทำให้เหม็นหืน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลานานเกินเรามาเตรียมวัตถุดิบในการทำขนม ไทย ง่ายๆ กันเลย

กล้วย ฉาบ
  1. กล้วยน้ำว้าห่าม 2 หวี
  2. เกลือ 1 ช้อนชา
  3. น้ำตาลทราย 500 กรัม
  4. มะนาว 1 ลูก
  5. น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

ในส่วนของวัตถุดิบที่เป็นกล้วยน้ำว้าจะต้องใช้กล้วยห่ามๆ และจะไม่ใช้กล้วยสุกเพราะจะทำให้กล้วยเละไม่เป็นแผ่น แถมไม่อร่อยอีกด้วย สำหรับสูตรกล้วยฉาบที่จะทำนั้นเป็นสูตรใส่น้ำตาล ถ้าบ้านไหนไม่ชอบใส่น้ำตาลก็สามารถตัดวัตถุดิบที่เป็นน้ำตาลออกได้เลย ในส่วนวิธี ทำ กล้วย ฉาบง่ายๆ มีดังต่อไปนี้

กล้วย ฉาบ
  1. มาเริ่มที่ขั้นตอนแรกกันเลย โดยนำกล้วยมาปอกเปลือกนำไปแช่น้ำมะนาวที่เตรียมไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้กล้วยเปลี่ยนเป็นสีดำ ต่อมานำกล้วยมาฝานเป็นแผ่นบางๆ ตามแนวยาวของผลกล้วย จากนั้นเรียงแผ่นกล้วยในถาดที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วนำถาดไปตากแดดประมาณ 30 นาที เพื่อไม่ให้กล้วยติดกันเวลาทอดนั่นเอง
  2. นำกระทะมาตั้งเตาใส่น้ำมันพืชลงไป เปิดไฟ รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นใส่กล้วยที่ตากไว้ลงไป ทอดให้กล้วยเหลืองกรอบ เสร็จแล้วให้ตักกล้วยขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 
  3. ต่อมาจะเป็นการทำน้ำเชื่อมโดยนำหม้อมาตั้งเตา ใส่น้ำเปล่า เกลือ และน้ำตาลทราย เคี่ยวให้ละลายเป็นผลึกเล็กน้อย เสร็จแล้วนำไปราดกับน้ำแผ่นที่ทอดไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ให้น้ำตาลเย็นลงก็สามารถทำมารับประทานได้เลย 
กล้วย ฉาบ

สำหรับการนำกล้วย แปรรูปเป็นขนมกล้วยฉาบจะมีข้อดีคือสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นขนมที่มีรสชาติหวาน กรอบอร่อยกำลังดีสามารถทานได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่อีกด้วย ดังนั้นถ้าต้องการทำขนมทานเล่นๆ ที่บ้านก็สามารถทำตามวิธี ทํา กล้วย ฉาบ ให้ กรอบ อร่อย กรอบนานตามสูตรที่เรานำมาแจกได้เลย รับรองว่าคนทั้งบ้านต้องติดอกติดใจจนบอกให้ทำขายอย่างแน่นอน

ขนมกล้วย ฉาบ ขนมโบราณ ทำง่าย แถมมีประโยชน์ต่อร่างกาย 

กล้วย ฉาบ

กล้วยฉาบ หนึ่งในขนมไทย ทำเองได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากที่สามารถทำขายสร้างรายได้อย่างงาม และการทำขนมกล้วยฉาบยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยามว่างที่สามารถทำช่วยกันสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี เท่านั้นยังไม่พอขนมกล้วยฉาบไม่ใส่น้ำตาลยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะกล้วยมีปริมาณเส้นใย และกากอาหารที่มีส่วนช่วยแก้ปัญหาโรคท้องผูก แถมมีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และยังป้องกันมะเร็ง พร้อมทั้งป้องกันโรคกระเพาะ นอกจากนี้กล้วยยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กช่วยลดโรคโลหิตจางได้ด้วย 

อ่านบทความอื่นๆ: