Categories
ขนมไทย

ขนมครองแครงอัญชัน น้ำกะทิหวานมัน เนื้อมะพร้าวกรุบกรับ

ขนมครองแครงอัญชัน น้ำกะทิหวานมัน เนื้อมะพร้าวกรุบกรับ
ขนมครองแครงอัญชัน น้ำกะทิหวานมัน เนื้อมะพร้าวกรุบกรับ

ขนมไทยที่เราจะนำมาบอกสูตรให้กับทุกคนในวันนี้คือ “ครองแครงอัญชัน” ขนมรูปร่างละม้ายคล้ายหอยแครง ในปัจจุบันนั้นมีการประยุกต์ใช้สีปรุงแต่งทั้งสีผสมอาหารและสีจากธรรมชาติให้ความหลากหลายทางด้านสีสัน ทำให้เพิ่มความน่ากินขึ้นไปอีก บวกกับรสสัมผัสเหนียวนุ่มละมุนลิ้น เด้งดึ๋งสู้ฟันกันแบบสุด ๆ แถมยังมีรสชาติหวานมันอีกด้วย ยังไม่พอค่ะยังมีความหอมจากกลิ่นกะทิ กลิ่นงาคั่วอีกด้วย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นขนมไทยที่ใครได้กินก็ต้องติดใจกันทุกราย 

ขนมครองแครงอัญชัน น้ำกะทิหวานมัน เนื้อมะพร้าวกรุบกรับ
ขนมครองแครงอัญชัน น้ำกะทิหวานมัน เนื้อมะพร้าวกรุบกรับ

ส่วนผสมของขนมไทยแสนอร่อย ครองแครงอัญชัน

ก่อนอื่นต้องบอกเลยนะคะว่าขนมครองแครงอัญชันนั้นเป็นขนมที่มีวัตถุดิบในการทำที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาดทั่วไป ราคาไม่แพง อีกทั้งบางวัตถุดิบยังสามารถเก็บไว้ทำขนมไทยชนิดอื่นได้ในครั้งต่อไป และบางวัตถุดิบก็เป็นวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วในครัวของคุณเอง รู้อย่างนี้แล้วเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าวัตถุดิบมีอะไรบ้าง

  1. งาขาวที่ผ่านการคั่วจนหอมกรุ่น จะคั่วเองหรือจะใช้งาขาวแบบสำเร็จรูปก็ได้นะคะ ใช้ในการโรยหน้าขนม ปริมาณแล้วแต่ชอบของแต่ละคนเลยค่ะ
  2. แป้งข้าวเจ้าวัตถุดิบยอดฮิตในการทำขนม ปริมาณ 1 ถ้วย
  3. แป้งมันแป้งที่ช่วยให้ขนมมีสีโปร่งแสง ปริมาณ 2 ถ้วย
  4. กะทิคั้นสด หรือใช้กะทิกล่องแทนก็อร่อยไม้แพ้กันค่ะ ปริมาณ 1 ลิตร
  5. เกลือป่น วัตถุดิบชูรสหวานให้โดนเด่น กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ปริมาณ 1 ช้อนชา
  6. น้ำตาลทรายขาว ปริมาณ 1 ถ้วย ถ้าชอบหวานก็สามารถเติมได้นะคะ
  7. ดอกอัญชันเพิ่มสีสัน ปริมาณ 20 ดอก
  8. น้ำเปล่า ½ ถ้วย
  9. เนื้อมะพร้าวอ่อน ปริมาณ 1 ลูก
  10. ใบเตยล้างสะอาด มัดรวมกันในปริมาณ 3 ใบ 
ขนมครองแครงอัญชัน น้ำกะทิหวานมัน เนื้อมะพร้าวกรุบกรับ
ขนมครองแครงอัญชัน น้ำกะทิหวานมัน เนื้อมะพร้าวกรุบกรับ

ขั้นตอนการทำขนมครองแครงอัญชัน ให้รสชาติหวานมันกลมกล่อม

ขนมที่มีวิธีการทำคล้ายกับบัวลอย แต่จะซับซ้อนกว่านิดหน่อยตรงที่ต้องใช้พิมพ์ในการทำให้ขนมเป็นรูปร่างคล้ายเปลือกหอย คนที่เคยผ่านการทำบัวลอยหรือขนมไทยชนิดอื่น ๆ มาแล้วจะสามารถทำได้อย่างง่ายดายเลยละค่ะ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำก็สามารถทำได้เหมือนกันนะคะ 

  1. นำแป้งมันและแป้งข้าวเจ้ามาผสมให้เข้ากันในภาชนะที่ได้เตรียมไว้ หลังจากนั้นนำแป้งมาแบ่งออกเป็นสองส่วนในปริมาณที่เท่ากัน 
  2. นำดอกอัญชันที่ล้างสะอาดแล้วไปต้มกับน้ำเดือดจนได้สีเข้มตามที่ต้องการ หลังจากนั้นจึงกรองเพื่อแยกดอกอัญชันกับน้ำออกจากกัน จากนั้นเทน้ำร้อนลงในน้ำดอกอัญชันที่เราได้แยกไว้ เทน้ำลงไปจนกว่าจะได้สีที่พึงพอใจและแตกต่างกัน
  3. เทน้ำดอกอัญชันที่ผสมน้ำร้อนแล้วถ้วยแรกใส่ลงไปในแป้งที่เราได้แยกไว้แล้วใช้พายคนเบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน และค่อย ๆ ใช้มือนวดแป้งไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจับตัวกันเป็นก้อน 
  4. ทำแบบเดียวกันกับน้ำดอกอัญชันและแป้งที่ได้แยกไว้ เสร็จแล้วเราก็จะได้แป้งกลม ๆ สองก้อนสำหรับใช้ในขั้นตอนต่อไปกันแล้วค่ะ
  5. แบ่งแป้งเป็นชิ้นขนาดประมาณนิ้วก้อย แล้วนำไปกดใส่พิมพ์สำหรับทำครองแครงอัญชันของเราจนทำให้เกิดลายขนมอย่างที่เราเห็น และทำแบบเดียวกันทุกชิ้นจนกว่าแป้งจะหมด 
  6. ตั้งหม้อและรอจนกระทั่งน้ำเดือนจึงค่อยนำครองแครงที่เราทำให้เป็นรูปเป็นร่างแล้วลงไป เมื่อแป้งสุกแล้วจะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ และมีความใสขึ้นค่ะ หลังจากนั้นตักมาพักไว้ในน้ำเย็นทันทีนะคะ แป้งจะได้ไม่ติดกันค่ะ
  7. ขั้นตอนต่อไปจะเป็นขั้นตอนการทำน้ำกะทินะคะ ใส่น้ำกะทิลงไปเลยค่ะ ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว เนื้อมะพร้าวอ่อนขูด ใบเตย และเกลือตามลำดับค่ะ ค่อย ๆ คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน หลังจากนั้นรอจนน้ำกะทิเดือดค่อยแยกใบเตยออกนะคะ
  8. ขั้นตอนสุดท้ายตักครองแครงใส่ถ้วยแล้วราดน้ำกะทิที่ โรยงาขาวตามความชอบ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ขนมไทยแสนอร่อยมารับประทานกันที่บ้านอย่างหนำใจแล้วค่ะ แต่สำหรับใครที่อยากทำขายก็สามารถทำได้นะคะ 
Categories
เบเกอรี่

ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อละมุนนุ่มเด้ง ละลายในปาก

ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อละมุนนุ่มเด้ง ละลายในปาก
ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อละมุนนุ่มเด้ง ละลายในปาก

เบเกอรี่ชีสเค้กของโปรดของใครหลาย ๆ คนนั้น มีต้นกำเนิดมาจากสมัยกรีกโบราณ คาดว่าเริ่มจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกเมื่อปี 776 ชาวกรีกจึงได้ทำชีสเค้กขึ้นมาให้นักกีฬากินเพื่อเพิ่มพลังงาน ซึ่งเดิมนั้นทำจากนมแพะนมแกะและน้ำผึ้งเพื่อให้ความหวาน จนกระทั่งได้มีการนำมาทำกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังได้ปรับปรุงสูตรกันอย่างมากมายตามประเทศต่าง ๆ เช่น ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น ที่นับเป็นของขึ้นชื่อของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ นิวยอร์คชีสเค้กเองก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีชีสเค้กที่หลากหลายสูตร รอให้คุณได้ลิ้มลองด้วยตัวเอง รับรองว่ารสชาติแต่ละสูตรนั้น ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ยิ่งแต่งหน้าด้วยผลไม้สดต่าง ๆ ยิ่งทำให้ชีสเค้กนั้นมีความอร่อยจนหยุดกินไม่ได้กันเลยทีเดียว

ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อละมุนนุ่มเด้ง ละลายในปาก
ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อละมุนนุ่มเด้ง ละลายในปาก

วัตถุดิบชีสเค้กญี่ปุ่น หาซื้อได้ง่ายในไทย

  ชีสเค้กนั้นเป็นเมนูเบเกอรี่ที่รสชาติอร่อย เนื้อเค้กนุ่มเด้ง ละมุนลิ้นสุด ๆ หากใครเป็นสายคาเฟ่ สายขนมหวาน มักจะพบเจอเจ้าชีสเค้กถูกจัดวางอยู่ในตู้โชว์ขนมอย่างสวยงาม น่ารับประทานเป็นอย่างมาก แต่ราคาของบางร้านนี่สิ ทำเอาหลายคนต้องตัดใจ แต่สำหรับคนที่ชอบจริง ๆ ล้วนแล้วแต่บอกว่ารสชาติและคุณค่าของเบเกอรี่ชีสเค้กที่ได้มานั้นแสนจะคุ้มค่า วันนี้เราจึงมีสูตรชีสเค้กหน้าไหม้สไตล์ญี่ปุ่นสุดฮิตมาให้ทุกคนได้ลองทำกัน โดยเริ่มจากวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ที่หาได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไปแถมยังราคาถูก ดังนี้

  1. ครีมชีส ปริมาณ 480 กรัม
  2. น้ำตาลทราย ปริมาณ 150 กรัม
  3. ไข่ไก่ ปริมาณ 3 ฟอง (เบอร์1)
  4. กลิ่นวนิลา ปริมาณ 1 ช้อนชา
  5. วิปปิ้งครีม ปริมาณ 200 กรัม
  6. แป้งข้าวโพด ปริมาณ 10 กรัม
ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อละมุนนุ่มเด้ง ละลายในปาก
ชีสเค้กหน้าไหม้ เนื้อละมุนนุ่มเด้ง ละลายในปาก

วิธีทำชีสเค้กหน้าไหม้ แบบง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เครื่องตี

ชีสเค้กหน้าไหม้เหมาะกับคนที่ชอบเบเกอรี่แบบญี่ปุ่น เป็นขนมที่หอมกรุ่นกลิ่นไหม้และกลิ่นชีส แต่รสชาตินั้นไม่ได้ขมนะคะ ยังคงความหวานเด้งเนื้อแน่นละมุนของชีสเค้กอยู่เหมือนเดิม เพียงแค่หน้าตานั้นจะเปลี่ยนไปเป็นหน้าไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าชีสเค้กตัวนี้ นับว่าเป็นชีสเค้กที่ฮิตมาก ๆ ในหมู่คนรักเบเกอรี่ ไม่มีใครไม่รู้จัก แถมยังวัตถุดิบน้อย ทำง่ายมาก ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน อุปกรณ์การทำก็ไม่เยอะ ไม่ต้องใช้เครื่องผสมอาหารตี มีเพียงเตาอบเท่านั้นก็สามารถทำได้แล้ว เหมาะกับการทำกินเองมาก ๆ เพราะหากไปซื้อที่ร้านนั้นราคาก็สูงพอตัวอยู่ อีกทั้งยังสามารถนำผลไม้สดมาแต่งหน้าได้ตามความชอบเลยค่ะ ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่า

  1. ใส่ครีมชีสที่นิ่มแล้วตี ๆ คน ๆ ด้วยตระกร้อจนเป็นเนื้อครีม ใส่น้ำตาลทรายขาวคนต่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี ใส่ไข่ลงไป 3 ฟองคนต่อจนกว่าจะเข้ากัน ตามด้วยวิปปิ้งครีมและกลินวนิลาลงไปคนต่อเพื่อความมันหอมของเนื้อเค้ก สุดท้ายใส่แป้งข้าวโพดลงไปคนให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่เมื่อยมือเสียหน่อย เพราะต้องคนด้วยความแรงเสียหน่อยเพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  2. นำกระดาษไขวางรองที่พิมพ์เค้กให้ทั่วทั้งด้านล่างและด้านข้าง ตัดส่วนเกินของกระดาษไขให้สั้นลงเล็กน้อย จากนั้นเทส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 ลงไปเลย นำไปอบด้วยไฟบนล่าง 200 องศา ไม่ต้องเปิดพัดลม ประมาณ 30 – 35 นาที ตามความชอบหน้าไหม้ของขนม แนะนำอย่าให้เข้มมาก สีน้ำตาลอ่อน ๆ กำลังดี เพราะจะทำให้ชีสเค้กของเรานั้นขมจนเกินไป เสร็จแล้วนำออกจากเตาพักไว้ให้เย็นจนขนมเซตตัว
  3. ขั้นตอนสุดท้ายนำออกจากพิมพ์ ตกแต่งหน้าเค้กด้วยวิปปิ้งครีม แยม ผลไม้นา ๆ ชนิดตามชอบได้เลย หรือจะนำไปตัดเสิร์ฟโดยไม่ต้องตกแต่งเลยก็อร่อยไม่แพ้กัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเมนูชีสเค้กหน้าไหม้ที่เรานำสูตรมาให้ได้ลองทำตาม ทำง่ายกว่าที่คิดใช่ไหมละคะ สามารถทำกินเอง ทำเป็นของขวัญวันพิเศษ หรือจะทำขายก็ได้กำไรเยอะแยะเลยละค่ะ เพราะต้นทุนนั้นต่ำกว่าเบเกอรี่อื่น ๆ อย่าพลาดที่จะลองทำกันนะคะ

Categories
ขนมไทย

ขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสอดไส้ หอมอร่อย

ขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสอดไส้ หอมอร่อย
ขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสอดไส้ หอมอร่อย

ขนมเกสรลำเจียกหรือขนมบุหงาปูดะขนมไทยโบราณของดีของจังหวัดอ่างทอง มีต้นกำเนิดในสมัยรัชกาลที่ 2 จากสตรีที่เข้าไปอยู่ในวังจนได้สูตรออกมาเผยแพร่ให้คนที่อยู่นอกวังได้รับประทาน ที่มาของชื่อนั้นอาจจะเป็นเพราะมีลักษณะเหมือนกลีบเกสรของดอกลำเจียกที่สุกงอมเต็มที่ แถมยังมีกลิ่นหอมจากสีผสมอาหารจากธรรมชาติที่ใส่ลงไป อีกทั้งยังทำให้ขนมมีสีสันสวยงาม สัมผัสเหนียวแต่นุ่มนิ่ม ไส้ทำจากมะพร้าวเพิ่มความกรุบกรอบในขนม รสชาติหวานกลมกล่อม ทำให้หลาย ๆ คนที่ได้ลองติดใจจนหยุดกินไม่ได้ แต่ในปัจจุบันนั้นถือเป็นขนมที่หาทานได้ยาก เพราะส่วนผสมหลักอย่างมะพร้าวทึนทึกนั้นหาได้เฉพาะบางจังหวัด จึงทำแค่ในบางจังหวัดที่ปลูกมะพร้าวเท่านั้น 

ขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสอดไส้ หอมอร่อย
ขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสอดไส้ หอมอร่อย

วัตถุดิบการทำขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสีสันสวยงาม

ลำเจียกชื่อขนม นึกโฉมฉมหอมชวยโชย ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย โหยไห้หาบุหงางาม มัศกอด กอดอย่างไร น่าสงสัยใคร่ขอถาม กอดเคล้นจะเห็นความ ขนมนามนี้ยังแคลง ” ส่วนหนึ่งในพระราชนิพนธ์กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาว – หวาน ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้กล่าวถึงขนมเกสรลำเจียกไว้ ทำให้เราได้รู้จักขนมชนิดนี้มากขึ้นผ่านบทพระราชนิพนธ์ เป็นขนมไทยที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ วัตถุดิบต่าง ๆ ล้วนทำจากธรรมชาติไม่เหมือนในปัจจุบัน เช่น สีแต่งอาหารจากดอกอัญชัน ใบเตย กลิ่นจากน้ำลอยดอกมะลิ ข้าวเหนียวแช่น้ำตำครกแทนแป้งข้าวเหนียวสำเร็จรูป

ส่วนของไส้ขนม

  1. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ปริมาณ 130 กรัม หรือจะเรียกอีกอย่างว่ามะพร้าวกึ่งอ่อนกึ่งแก่ มีเนื้อสัมผัสนุ่ม ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป จึงนิยมใช้สำหรับใช้ทำไส้ขนม
  2. แป้งข้าวเหนียว ปริมาณ 14 กรัม
  3. น้ำตาลทราย ปริมาณ 93 กรัม ใช้น้ำตาลทรายขาวเพราะจะทำให้ขนมของเรามีสีสันที่สวยงาม
  4. น้ำลอยดอกมะลิ ปริมาณ 2/3 ถ้วยตวง เคล็ดลับความหอมของขนม หากใครไม่มีดอกมะลิหรือหาไม่ได้ สามารถใช้สารแต่งกลิ่นแทนได้ค่ะ
  5. เกลือป่น ปริมาณ 1/8 ช้อนชา 

ส่วนของแป้งขนม

  1. แป้งข้าวเหนียว ปริมาณ 354 กรัม
  2. เกลือป่น ปริมาณ ½ ช้อนชา
  3. น้ำลอยดอกมะลิ ปริมาณ 57 กรัม
  4. น้ำอัญชัน ปริมาณ 68 กรัม 
  5. น้ำใบเตย ปริมาณ 66 กรัม 
  6. กะทิ อบควันเทียน ปริมาณ 16 กรัม
ขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสอดไส้ หอมอร่อย
ขนมเกสรลำเจียก ขนมไทยสอดไส้ หอมอร่อย

วิธีการทำขนมเกสรลำเจียก อร่อยง่าย ๆ เพียงแค่ลองทำ

ในปัจจุบันเราจะหาทานขนมเกสรลำเจียกได้ในบางจังหวัดที่ปลูกมะพร้าวเท่านั้น ทำให้หากินได้อย่างยากลำบาก หรืออาจจะหาทานได้แต่มีรสชาติที่ไม่ถูกปาก เนื่องจากวัตถุดิบและวิธีการทำของบางร้านที่ไม่ได้คุณภาพ รวมถึงบางร้านอาจทำออกมาได้หวานเกินไปจนทำให้ผู้กินเกิดอาการเลี่ยน จะดีกว่าไหมคะถ้าเราได้ลองทำเองปรับสูตรตามความชอบ และเราเชื่อว่าหลาย ๆ คนนั้นอาจยังไม่เคยทานขนมไทยชนิดนี้ วันนี้เราจึงนำสูตรไม่ลับมาฝากให้ได้ลองทำทานกันเองที่บ้านอย่างจุใจ ไปดูขั้นตอนการทำกันเลยค่ะ

  1. ขั้นตอนแรกตั้งกระทะด้วยไฟกลาง ใส่น้ำตาลทราย น้ำลอยดอกมะลิ ลงไปกวนให้น้ำตาลละลายด้วยไม้พายจนกลายเป็นน้ำเชื่อม ใส่มะพร้าวทึนทึกขูดฝอยตามลงไปผัดจนมะพร้าวใส เติมแป้งข้าวเหนียวลงไปผัดต่อเร็ว ๆ ให้เข้ากันแล้วยกออกจากเตา แล้วนำช้อนมาปั้นไส้ตามขนาดของขนมที่ต้องการ
  2. ต่อกันด้วยส่วนตัวแป้งสำหรับขนม โดยการนำแป้งข้าวเหนียว 120 กรัม เกลือ 1/8 ช้อนชา กะทิอบควันเทียน 3 ช้อนชา น้ำดอกอัญชัน 5 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในถ้วยแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยมือ ทำซ้ำแบบนี้กับสีอื่น ๆ ที่เตรียมไว้
  3. ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อนเพราะการที่ไฟแรงเกินไปจะทำให้แป้งไม่ติดกัน แล้วร่อนแป้งลงกระทะด้วยกระชอน โรยให้แป้งบางเสมอกันเป็นแผ่น พอแป้งสุกให้ตักไส้ขนมเกสรลำเจียกที่เตรียมไว้ใส่ลงไปบนแป้งแผ่นบาง ม้วนแผ่นแป้งปิดตัวไส้ พักให้เย็น เพียงเท่านี้ก็สามารถรับประทานขนมสูตรทำเองได้แล้วค่ะ
Categories
เบเกอรี่

คุกกี้ธัญพืช เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก

คุกกี้ธัญพืช เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก
คุกกี้ธัญพืช เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก

ในปัจจุบันนั้นผู้คนให้ความสำคัญกับการควบคุมน้ำหนักเป็นจำนวนมาก เพราะว่าน้ำหนักถือได้ว่าเป็นสัดส่วนที่จะช่วยทำให้ผู้คนมีรูปร่างและรูปลักษณ์ที่ดูดีมากยิ่งขึ้น โดยวันนี้เรามีเมนูสำหรับลดน้ำหนักมาแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกัน ซึ่งเป็นเมนูที่บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดาเพราะผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักนั้นหาซื้อมารับประทานกันเป็นจำนวนมาก แต่น่าจะดีถ้าทุกท่านสามารถทำรับประทานเองได้ที่บ้าน เพราะมีขั้นตอนและวิธีการทำที่ไม่ยากเลยนั่นก็คือ คุกกี้ธัญพืช ท่านรับประทานคุกกี้เข้าไปแล้วซึ่งเขาเป็นเมนูยอดฮิตในปัจจุบันและมีวางขายตามร้านอาหารครีมทั่วไป ไปดูกันเลยว่าเขามีขั้นตอนในการทำและมีส่วนผสมหลักสำคัญอะไรบ้างที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญ

คุกกี้ธัญพืช เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก
คุกกี้ธัญพืช เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก

คุกกี้ลดน้ำหนักสำหรับคนที่ทานอาหารคลีน

ถ้าหากจะพูดถึงคุกกี้ที่ช่วยในการลดน้ำหนักแล้วคงจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากคุกกี้ธัญพืช เป็นขนมเบเกอรี่ที่ผู้คนนิยมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากให้รสชาติที่กลมกล่อมหวานละมุนลิ้นแต่ยังเป็นเมนูอาหารคลีนที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ซึ่งเขามีส่วนผสมหลักสำคัญที่จะช่วยทำให้ทุกท่านนั้นรับประทานเข้าไปแล้วจะไม่มีปริมาณแคลอรี่ในร่างกายที่เกินจำนวนต่อ 1 วันอย่างแน่นอน 

ทั้งนี้จะแตกต่างกับขนมหวานที่ท่านทานเป็นประจำเพราะเป็นเมนูที่ถูกคัดสรรมาจากธัญพืชที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธัญพืชที่ให้พลังงานแต่ไม่มีไขมัน ส่วนผสมหลักที่ใช้ในการทำคุกกี้ดังกล่าว ได้แก่ 

  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบอบแห้ง 50 กรัม
  • เมล็ดอัลมอนด์ 50 กรัม
  • เมล็ดฟักทอง 50 กรัม
  • งาขาวและงาดำ 25 กรัม
  • ไข่ขาว 2 ฟอง
  • ลูกเกด 50 กรัม
  • น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ 
  • ข้าวโอ๊ตอบแห้ง 100 กรัม

ซึ่งจะช่วยควบคุมน้ำหนักของทุกท่านได้เป็นอย่างดี ขั้นตอนและวิธีการทำนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

  1. อันดับแรกทุกท่านจะต้องเตรียมส่วนผสมและวัตถุดิบทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 10 นาที 
  2. ใช้ระยะเวลาในการปรุงอาหารเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น 
  3. ต้องเตรียมส่วนประกอบทุกส่วนของเมล็ดธัญพืชเข้าด้วยกัน นำส่วนผสมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต และงาดำ รวมถึงน้ำผึ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน 
  4. หลังจากนั้นใส่เกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อที่จะทำให้คุกกี้มีรสชาติ ใส่น้ำผึ้งเพื่อเติมความหวานและคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกรอบ 
  5. นำไข่ขาวแต่ไข่ขาวค่อย ๆ ทยอยเทลงไปเพื่อที่จะทำให้ไขมันไม่จับตัวกันเป็นก้อนมากจนเกินไป เพิ่มความหวานของคุกกี้ด้วยการใส่น้ำผึ้งเพียงเท่านั้นและ Butter เพื่อให้ได้ความหอมเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่น
  6. เมื่อเสร็จสิ้นให้ทุกท่านตักใส่พิมพ์และพักทิ้งไว้ ห่อเก็บใส่ถุงพลาสติก เมื่อต้องการที่จะรับประทานให้นำเข้าไปอุ่นในเตาอบหรือไมโครเวฟที่มีอุณหภูมิประมาณ 135 องศา
คุกกี้ธัญพืช เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก
คุกกี้ธัญพืช เมนูสำหรับคนลดน้ำหนัก

ธัญพืชส่วนประกอบสำคัญในการทำคุกกี้

อย่างที่ทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดี การทำคุกกี้เพื่อลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารนั้นจะต้องมีเมล็ดธัญพืชที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนักแต่ให้ปริมาณแคลอรี่ที่อิ่มท้องอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูคุกกี้ธัญพืช รูปแบบไร้แป้งที่ทำมาจากเมล็ดธัญพืชล้วน ๆ อย่างที่เราได้อธิบายให้ทุกท่านฟังข้างต้นแล้วมีส่วนผสมหลักที่สำคัญและมีขั้นตอนวิธีการทำที่ไม่ซับซ้อนทุกท่านสามารถปฏิบัติได้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นขนมเบเกอรี่ ที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก สำหรับผู้ที่รับประทานอาหารคลีนและเข้ายิม

เพื่อเพิ่มโปรตีนและออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อให้กับตนเองนั้น ทุกท่านห้ามพลาดเมนูดังกล่าวนี้เด็ดขาด เป็นอย่างไรกันบ้างจากที่เราได้อธิบายข้อมูลให้ทุกท่านได้ทราบกัน ถือได้ว่าเป็นเมนูที่จะช่วยทำให้ทุกท่านนั้นสามารถควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นเมนูที่สามารถทำรับประทานได้ง่าย มีขั้นตอนและวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เมื่อท่านรับประทานไปแล้วจะอิ่มท้องตลอดทั้งวัน ลดอาการหิวโหยระหว่างวันได้เป็นอย่างดี หวังว่าทุกท่านจะชื่อชอบเมนูที่เราได้นำเสนอไว้ข้างตนและนำไปปรับใช้กับสูตรเมนูอาหาร เพื่อการลดน้ำหนักของทุกท่านได้เป็นอย่างดี