Categories
เบเกอรี่

ขนมคีโต บราวนี่สูตรไร้แป้ง สำหรับรักสุขภาพ

ขนมคีโต

ขนมคีโต คือ ขนมที่ปราศจากแป้งและน้ำตาล โดยใช้สารให้ความหวานเข้ามาแทนที่น้ำตาล จึงกลายเป็นขนมที่คนทานคีโต และสายคลีนทานได้แบบหายห่วง ดังนั้น ใครกำลังมองหาขนมเพื่อสุขภาพที่แสนอร่อย ห้ามพลาดกับเมนูเบเกอรี่ที่เราได้นำมาแนะนำในบทความนี้ กับ สูตรบราวนี่คีโต ขนมหวานทำง่ายสำหรับคนที่กำลังดูแลสุขภาพ หรือกำลังลดน้ำหนัก 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ ขนมคีโต เมนู บราวนี่เพื่อสุขภาพ

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าขนมคีโตgป็นขนมที่ต้องพิถีพิถันในการเลือกร้านที่จะซื้อ เพราะส่วนผสมทั้งหมดที่ใช้ทำ ขนมเพื่อสุขภาพ ต้องเป็นวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง ซึ่งแน่นอนว่าร้านขนมเหล่านี้ไม่ได้บอกวัตถุดิบที่ใช้ทำขนมทั้งหมดอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการใช้ สูตรบราวนี่คีโต ที่เราเลือกวัตถุดิบ และลงมือทำด้วยตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่ตอบโจทย์สำหรับคนรักสุขภาพ แต่อยากทานขนมหวาน

วัตถุดิบส่วนที่ 1 

  1. ดาร์กช็อกโกแลต สูตรไม่มีน้ำตาล 1/2 ถ้วยตวง
  2. เนยอุณหภูมิห้อง 1/2 ถ้วยตวง
  3. ผงโกโก้คีโต 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลหญ้าหวาน 1/2 ถ้วยตวง

วัตถุดิบส่วนที่ 2

  1. ไข่ไก่อุณหภูมิห้อง 4 ฟอง
  2. สารแต่งกลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
  3. เกลือชมพู 1/4 ช้อนชา
  4. ผงอัลมอนด์ 1 ถ้วยตวง
  5. เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  6. ถั่วพีแคน 1/4 ถ้วยตวง
  7. ดาร์กช็อกโกแลต สูตรไม่มีน้ำตาล ¼ ช้อนโต๊ะ
ขนมคีโต

ขั้นตอนวิธีการทำ บราวนี่คีโต 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำขนมคีโตเริ่มจากการใส่เนย ดาร์กช็อกโกแลต และผงโกโก้ลงไปในชามผสม จากนั้นนำไปเข้าไมโครเวฟ 1 นาที เพื่อให้ส่วนผสมละลายดีแล้วนำออกมาใส่น้ำตาลหญ้าหวาน ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
  2. ใส่ไข่ไก่ลงไปในชามผสมอีกหนึ่งชาม ตามด้วยกลิ่นวานิลลา และเกลือชมพู ทำการตีส่วนผสมให้เข้ากันแล้วใส่ผงอัลมอนด์กับเบคกิ้งโซดาลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้งจนเป็นเนื้อเดียว
  3. นำส่วนผสมในส่วนที่ 1 มาคนผสมให้เข้ากันกับส่วนผสมในขั้นตอนที่ 2 เมื่อส่วนผสมเข้ากันแล้วใส่ถั่วพีแคน และดาร์กช็อกโกแลตลงไปคนให้เข้ากัน 
  4. เตรียมพิมพ์ขนมด้วยการทาเนยให้ทั่วพิมพ์ ก่อนจะใส่ส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงไป ใช้ไม้พายเกลี่ยหน้าบราวนี่ให้เสมอกัน เคาะฐานพิมพ์กับพื้นเบาๆเพื่อไล่ฟองอากาศ แล้วโรยตกแต่งหน้าด้วยช็อกโกแลต หรือถั่วต่างๆตามชอบ
  5. นำขนมเข้าเตาอบด้วยไฟ 180 องศา เป็นเวลา 35 นาที หรือจนกว่า ขนมบราวนี่ ของเราจะสุกดี เสร็จแล้วนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นแล้วจัดเสิร์ฟได้เลย
ขนมคีโต

สำหรับใครที่ยังสงสัยว่า หากเราทานขนมคีโตเมนูนี้แล้วจะทำให้น้ำหนักขึ้นหรือไม่ เราขอตอบเลยว่าหากรับประทาน บราวนี่คีโตง่ายๆ สูตรนี้ด้วยปริมาณที่พอเหมาะ จะไม่ทำให้น้ำหนักของเราไม่เพิ่มอย่างแน่นอน แถมวัตถุดิบต่างๆที่เลือกใช้ในเมนู บราวนี่ไม่อ้วน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ให้พลังงานสูง

สนับสนุนโดย : https://hilospec.com

Categories
เบเกอรี่

บานอฟฟี่ การผสมผสานที่อร่อยลงตัว

บานอฟฟี่

บานอฟฟี่ (BANOFFEE) เมนูพายอังกฤษที่หลายๆคนชื่นชอบ ชื่อนี้มีที่มาจากการผสมผสานระหว่างคำว่า “BANANA” และ “TOFFEE” หมายถึงกล้วยกับคาราเมลซึ่งเป็นส่วนผสมหลัก เมนูเบเกอรี่ชิ้นนี้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี ค.ศ. 1972 ประเทศอังกฤษ โดยเจ้าของร้าน THE HUNGRY MONK RESTAURANT และเชฟฝีมือดี ที่มีชื่อว่า นิเกล แม็กเคนซี และเอียนดาวดิง ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจมาจากเมนู พายบลัมส์คอฟฟี่ทอฟฟีj

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ บานอฟฟี่ เบเกอรี่ทำง่ายไม่ใช้เตาอบ

เมนูเบเกอรี่ บานอฟฟี่ ถือว่าเป็นเบเกอรี่ที่มีความหลากหลาย ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของฐานแครกเกอร์,กล้วย,ซอสคาราเมล,วิปปิ้งครีม เมื่อรับประทานไปแล้วจะสัมผัสได้ถึงความกรอบ และความนุ่ม รวมถึงรสชาติที่หลากหลายพร้อมกันในคำเดียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่กลายเป็น เบเกอรี่ยอดนิยม ที่ใครๆก็ต่างหลงรัก

วัตถุดิบทำแครกเกอร์บานอฟฟี่

  1. แครกเกอร์ 300 กรัม
  2. เนยสดเค็มละลาย 150 กรัม

วัตถุดิบทำซอสคาราเมล

  1. น้ำตาลทรายชนิดละเอียด 250 กรัม
  2. น้ำเปล่า 70 มิลลิลิตร
  3. วิปปิ้งครีมอุ่น 150 กรัม 
  4. กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  5. เนยสดเค็ม อุณหภูมิห้อง 50 กรัม

วัตถุดิบทำวิปปิ้งครีม

  1. วิปปิ้งครีม 500 กรัม 
  2. กลิ่นวานิลลา 1/2 ชช.
  3. ผงโกโก้ สำหรับโรยหน้า
  4. กล้วยหอม 8 ลูก
บานอฟฟี่

ขั้นตอนวิธีการทำ 

  1. ขั้นตอนแรกทำฐานพายบานอฟฟี่ เริ่มจากการนำแครกเกอร์ไปบดหรือทุบให้ละเอียด นำมาใส่ไว้ในชามผสมพร้อมกับเนยละลาย ใช้ไม้พายคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเนื้อร่วนแล้วนำไปตักใส่ภาชนะ ด้วยปริมาณประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ กดให้แน่นเล็กน้อยแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น เป็นเวลา 30 นาที
  2. ต่อมาเป็นขั้นตอนของการทำซอสคาราเมล ใส่น้ำตาลทราย และน้ำเปล่าลงไปในหม้อ เปิดเตาด้วยไฟกลางเคี่ยวให้น้ำตาลทรายละลายดี เมื่อได้สีน้ำตาลอ่อนแล้วปิดเตา ใส่วิปปิ้งครีมลงไปคนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันดี ตามด้วยเนยเค็มและกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้ให้เย็นสนิท
  3. เตรียมชามผสม และหัวตีด้วยการนำไปแช่ช่องฟิตให้เย็น (ประมาณ 15 นาที เพื่อให้ขึ้นฟูไวขึ้น) จากนั้นนำวิปปิ้งครีมและกลิ่นวานิลลาลงไป ตีด้วยสปีดสูงสุดจนตั้งยอดกลางแล้วตักใส่ถุงบีบ แช่พักไว้ในตู้เย็น
  4. หั่นกล้วยหอมให้เป็นแว่นบาง นำไปจัดวางไว้ในภาชนะที่ใส่พายเอาไว้ ตามด้วยซอสคาราเมล และวิปปิ้งครีม ตกแต่งให้เป็นชั้นๆแล้วโรยหน้าด้วยผงโกโก้ให้สวยงาม เป็นอันเสร็จสิ้น หากใครอยากตกแต่งเพิ่มเติมก็จัดเต็มได้ตามชอบ
บานอฟฟี่

ก่อนจะจากกันในบทความสอนทำบานอฟฟี่ เราขอฝากทริคดีๆในการทำบานอฟฟี่คาราเมล คือ การคาราเมลนั้นระหว่างเคี่ยวไม่ควรคนนะคะ เพราะการทำแบบนั้นจะทำให้น้ำตาลตกผลึก หากใครกลัวว่า ซอสคาราเมลมานอฟฟี่ ของเราจะไหม้ ให้ใช้วิธีการเขย่าหม้อเบาๆแทนนะคะ

สนับสนุนโดย: https://ufaball.bet/เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์/

Categories
เบเกอรี่

เครปเค้กสายรุ้ง ขนมหวานสีสันสดใสที่ใคร ๆ ก็หลงรัก

เครปเค้กสายรุ้ง

เครปเค้กสายรุ้ง เบเกอรี่สัญชาติฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนเคยเป็นกระแสในโซเชียลมาแล้ว ด้วยหน้าตาของเค้กที่สวยงามน่ารับประทาน เมนูเครปเค้ก สามารถนำไปรับประทานได้ทั้งคาว และหวาน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะนำมารับประทานเป็น ของหวานทานเล่น เสียมากกว่า ในอดีตนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับเครปว่า หากไม่ทำเครปในวัน LA CHANDELEUR จะทำให้ต้นกล้าของข้าวสาลีนั้นเป็นโรค และตายลงไปในที่สุด

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ เครปเค้กสายรุ้ง เบเกอรี่ทำง่าย

ใครที่ชื่นชอบการรับประทาน เบเกอรี่ขนมหวาน และอยากลองลงมือทำขนมด้วยตัวเอง เราขอแนะนำสูตรการทำเครปเค้กสายรุ้ง ให้ได้ลองทำตามกัน ซึ่งเป็นสูตรที่เหมาะกับมือใหม่ที่ไม่มีเตาอบ เพราะมีเพียงกระทะใบเดียวก็สามารถรังสรรค์ เครปเค้กอร่อย ๆ ทานเองได้ง่าย ๆ โดยการใช้วัตถุดิบเพียงเล็กน้อย ดังนี้

วัตถุดิบทำเครปเค้ก

  1. ไข่ไก่ 7 ฟอง 
  2. น้ำตาลทราย  110 กรัม
  3. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  4. แป้งเค้ก 150 กรัม
  5. แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
  6. น้ำมันรำข้าว 120 มิลลิลิตร
  7. นมสดจืด 630 มิลลิลิตร
  8. สีผสมอาหารตามชอบ
  9. วิปปิ้งครีม  600 มิลลิลิตร
  10. น้ำตาลไอซิ่ง 40 กรัม
  11. กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  12. เนย สำหรับทากระทะ
เครปเค้กสายรุ้ง

ขั้นตอนวิธีการทำ

  1. ขั้นตอนแรกใส่ไข่ไก่ลงไปในชามผสม ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือ และกลิ่นวานิลลา คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีแล้วเติมนมสด และน้ำมันรำข้าวลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง
  2. นำแป้งเค้ก และแป้งอเนกประสงค์มาร่อนลงไปในชามผสมเดียวกันกับขั้นตอนที่ 1 แล้วใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน ก่อนจะนำมากรองด้วยตะแกรงใส่ลงไปในชามผสมอีกหนึ่งใบ แล้วห่อชามด้วยฟิล์มถนอมอาหาร นำไปแช่เย็นไว้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
  3. เมื่อรอจนครบเวลาแล้วให้นำแป้งออกมาคนเล็กน้อย และตักแบ่งใส่ภาชนะตามจำนวนสีผสมอาหารที่เลือกใช้ด้วยปริมาณเท่า ๆ กัน และใส่สีผสมอาหารลงไปผสมในแต่ละถ้วย
  4. ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน ทาเนยบาง ๆ ให้ทั่วกระทะ และเทแป้งลงไปให้ทั่วกระทะ เมื่อสุกแล้วใช้ไม้พายตักแผ่นแป้งกลับด้านเพื่อให้สุดทั่วกัน เสร็จแล้วนำไปพักไว้บนตะแกรง และทอดแผ่นอื่น ๆ ต่อได้เลย
  5. นำวิปปิ้งครีม น้ำตาลไอซิ่ง และกลิ่นวานิลลาใส่ลงไปในชามผสม ใช้เครื่องผสมอาหารตีจนขึ้นฟู 
  6. ขั้นตอนสุดท้าย วางแป้งแผ่นแรกลงไปในภาชนะ ทาด้วยวิปปิ้งครีมให้ทั่ว และทำซ้ำให้เป็นชั้นสวยงาม ในชั้นบนสุดสามารถตกแต่งหน้าเค้กได้ตามชอบ
เครปเค้กสายรุ้ง

เมนูเบเกอรี่ เครปเค้กสายรุ้ง เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น เก็บไว้รับประทานได้นาน ขั้นตอนวิธีทำเครปเค้ก มีความง่ายเหมาะกับมือใหม่ ใช้เวลาในการทำไม่นาน สามารถทำเป็น เค้กวันเกิด หรือมอบให้คนสำคัญในวันพิเศษได้ หรือหากใครจะนำเอาสูตรนี้ไปทำขายเพื่อสร้างรายได้เสริมก็สามารถทำได้เช่นกัน

สนุกกับการเล่น บาคาร่า ออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ได้ที่นี่กับ gclubspecial168.com

Categories
เบเกอรี่

เค้กนมสด เค้กวันเกิดทำเองได้ง่ายๆ อุปกรณ์น้อย

เค้กนมสด

ขนม เค้กนมสด เบเกอรี่ยอดนิยมที่หลายๆคน มักนำมาเป็นหนึ่งในของขวัญวันสำคัญ และหากทำเค้กด้วยตัวเพื่อมอบให้คนพิเศษ คงสร้างความประทับใจให้กับผู้ได้รับได้มากมาย เราจึงได้นำสูตร เค้กวันเกิด ที่ถูกถามถึงมากที่สุด มาแนะนำให้ทุกคนได้ทำตาม โดยเป็นสูตร เค้กง่ายๆ สำหรับมือใหม่ นำไปทำได้แม้ไม่มีเตาอบ

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ เค้กนมสด สูตรไม่ใช้เตาอบ

เค้กนมสดทำเอง จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้จะไม่มีเตาอบก็สามารถใช้หม้อนึ่งแทนได้ หากไม่มีเครื่องผสมอาหารให้ใช้ตะกร้อมือตี และหากอยากปาดเค้กให้เรียบสวยให้ใช้ ไพ่ปาดเค้ก แทนไม้พายได้ เพียงเท่านี้ทุกคนสามารถใช้ สูตรเค้กทำง่าย สูตรนี้โดยไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์ให้วุ่นวายเลยค่ะ

วัตถุดิบ ทำเค้กนมสด

  1. แป้งเค้ก 100 กรัม
  2. นมผงเข้มข้น 30 กรัม
  3. ผงฟู 1 ช้อนชา
  4. ไข่ไก่เบอร์ 2 4 ฟอง 
  5. น้ำตาลทรายขาว 80 กรัม 
  6. กลิ่นวานิลลา 1 ฝา
  7. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  8. วัตถุดิบตกแต่งหน้าเค้กตามชอบ
เค้กนมสด

ขั้นตอนวิธีการทำเค้กนมสดด้วยหม้อนึ่ง เนื้อนุ่มฟู

  1. ขั้นตอนแรกร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และนมผงใส่ชามผสม 
  2. ใส่ไข่ไก่ และน้ำมะนาวลงไปในชามผสมอีกหนึ่งชาม ตีด้วยเครื่องผสมอาหารสปีดสูงสุด ระหว่างนี้ให้ทยอยใส่น้ำตาลทรายขาว และสารแต่งกลิ่นวานิลลาลงไปเพื่อลดกลิ่นไข่ เมื่อไข่เริ่มขึ้นฟูแล้วให้ปรับลดลงเป็นสปีดต่ำ ระหว่างนี้ให้ทยอยใส่ส่วนผสมของแป้งในขั้นตอนที่ 1 ลงไป (หากติดขอบชามผสมให้ปาดลงมาด้วยไม้พาย 
  3. เตรียมพิมพ์เค้กรองด้วยกระดาษไข ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นหรือไม้จิ้มฟันคนวนเบาๆเพื่อไล่ฟองอากาศ จากนั้นใส่ส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงไป ก่อนจะนำไปนึ่งด้วยไฟแรงเป็นเวลา 30 นาที หรือจนกว่าขนมเค้กจะสุก (ห่อฝานึ่งด้วยผ้าขาวบาง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหยดใส่ตัวเค้ก)
  4. เมื่อเค้กสุกแล้วให้คว่ำออกจากพิมพ์บนกระดาษไข ดึงกระดาษไขที่ติดกับตัวเค้กออกแล้วพักไว้ให้เย็น
  5. ใส่วิปปิ้งครีมลงไปในชามผสม ตีด้วยสปีดสูงสุดจนหน้าวิปปิ้งครีมขึ้นริ้วฉี่แล้วให้ปิดเครื่องได้เลย
  6. ตัดแบ่งครึ่งเนื้อเค้กที่เตรียมไว้ ปาดวิปปิ้งครีมลงไปตรงกลางให้ทั่ว วางทับด้วยเนื้อเค้กอีกหนึ่งชิ้นให้เสมอกันแล้วปาดวิปปิ้งครีมให้ทั่ว เสร็จแล้วตกแต่งเค้กนมสด เพิ่มได้ตามชอบ
เค้กนมสด

เค้กนมสดนอกจากจะทำเพื่อมอบให้เป็น เค้กของขวัญ แทนใจแล้ว ยังสามารถทำทานในครอบครัวได้ในวันว่างๆ และยังนำสูตรนี้ไป ทำเค้กขาย เพิ่มรายได้เสริมให้กับตัวเองได้อีกด้วย เพราะใช้วัตถุดิบน้อยในราคาย่อมเยา ดังนั้น จึงเป็นเมนูเบเกอรี่ที่น่าสนใจมากทีเดียว

Categories
เบเกอรี่

ไดฟุกุ สตอเบอรี่ถั่วแดง ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น

ไดฟุกุ

ไดฟุกุ DAIFUKU ขนมหวานญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับขนมโมจิ เนื่องจากถูกดัดแปลงมาจากขนมโมจิตั้งแต่สมัยเอโดะ วัตถุดิบในการทำจึงคล้ายคลึงกันตามไปด้วย ชื่อตามภาษาญี่ปุ่นมีความหมายถึงความยิ่งใหญ่ และความโชคดี มีความเชื่อกันว่าเป็นขนมแห่งความโชคดี ที่ควรค่าแก่การมอบให้กันในวันพิเศษ หรืองานมงคลต่างๆ เพื่อเป็นของขวัญอวยพรให้กันและกัน 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ ไดฟุกุ ขนมหวานยอดนิยม

เมื่อได้รู้ความหมายดีๆของขนมไดฟุกุ กันมาแล้ว หลายคนคงอยากทำ ขนมหวานยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งความโชคดี เพื่อมอบให้กับคนพิเศษในวันสำคัญ หรือทำเพื่อรับประทานเองแบบฟินๆ โดยเมนูนี้สามารถรังสรรค์สอดไส้ได้หลากหลาย เช่น ไดฟุกุสตอเบอรี่ ถั่วแดง,ช็อกโกแลต,อัลมอลด์ และผลไม้ต่างๆตามความชอบ จึงได้นำสูตรขนมไดฟุกุยอดนิยมมาบอกต่อ ให้ได้ทำตามกันง่ายๆ ดังนี้

วัตถุดิบทำไดฟุกุสตอเบอรี่

  1. แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
  2. แป้งมัน 25 กรัม
  3. แป้งมัน สำหรับทำแป้งนวล 100 กรัม 
  4. น้ำตาลทราย 70 กรัม
  5. น้ำเปล่า 330 กรัม
  6. สารแต่งกลิ่นตามชอบ 3 หยด
  7. สตรอเบอร์รี่ 16 ลูก 
  8. ถั่วแดงกวนสำเร็จรูป ปริมาณตามชอบ
ไดฟุกุ

ขั้นตอนวิธีการทำ 

  1. ขั้นตอนแรกใส่ถุงมือแล้วปั้นไส้ถั่วแดงให้เป็นวงกลม แผ่ออกเพื่อห่อสตอเบอรี่ให้ทั่ว จากนั้นวางใส่กล่องมีฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้แห้งจนเกินไป และนำไปแช่พักไว้ในตู้เย็น
  2. ผัดแป้งมันสำหรับทำแป้งนวลไดฟุกุ ด้วยไฟอ่อนเป็นเวลา 15 นาที (วิธีการนี้จะทำให้แป้งฟู เนื้อละเอียด ไม่ติดมือ) เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นสนิท
  3. ใส่แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน และน้ำตาลทรายลงไปในชามผสม ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน จากนั้นทยอยใส่น้ำเปล่าและสารแต่งกลิ่นลงไปในระหว่างคน เพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน เมื่อละลายเข้ากันแล้วให้นำไปกวนด้วยไฟอ่อนจนแป้งสุกใส
  4. เทแป้งไดฟุกุใส่ถาดที่โรยด้วยแป้ง คลุกแป้งนวลให้ทั่วตัวขนมแล้วตัดแบ่งออกให้เป็นชิ้น ตามจำนวนสตอเบอรี่ที่เตรียมไว้ พักไว้ให้คลายความร้อนแล้วนำมาห่อสตอเบอรี่ให้มิด ปั้นให้เนื้อเนียนเสมอกัน เสร็จแล้วค่ะ สำหรับเมนูเบเกอรี่ยอดนิยมของเราในบทความนี้
ไดฟุกุ

แม้ว่าไดฟุกุ จะถูกดัดแปลงสูตรมาจาก ขนมโมจินกกระทา และใช้แป้งในแบบเดียวกัน คือแป้งข้าวเหนียว หรือแป้งโมจิ แต่ก็นับว่าเป็น เบเกอรี่ทำง่าย ที่มีความอร่อยแตกต่างกัน และสำหรับทริคในการทำขนมในบทความนี้ขอบอกเลยว่า หากใส่แป้งบางจนเกินไปจะทำให้ขนมของเรานั้นแข็ง หากใส่ถั่วแดงเยอะจนเกินไปก็จะทำให้หวานจนเลี่ยน เพราะฉะนั้น แนะนำให้ใส่แต่พอดีนะคะ

Categories
เบเกอรี่

FOCACCIA ขนมปังทำง่าย สูตรไม่ต้องเปลืองเวลานวด

FOCACCIA

FOCACCIA โฟคาชช่า หรือ ฟอคคาเซีย ขนมปังโบราณที่ได้รับความนิยมมากในประเทศอิตาลี มีรสชาติหวาน เค็ม อร่อย มีกลิ่นหอม สามารถรับประทานได้ในทุกมื้ออาหาร มีต้นกำเนิดในแคว้น LIGURIA เมืองทางตอนเหนือ ติดทะเล ด้วยความที่มีอากาศหนาวเย็น และมีไอเกลือ ทำให้ยีสต์ที่ใช้ทำขนมปังทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้ขนมปังชนิดนี้มีรูปร่างแบน แปลกตากว่าขนมปังชิ้นอื่น ๆ 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำ FOCACCIA ต้นตำรับพิซซ่าดั้งเดิม

รู้หรือไม่ว่า “พิซซ่า” ที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำนั้น มีต้นกำเนิดมาจาก FOCACCIA หรือขนมปังแบน อีกทั้งยังเชื่อกันว่าเป็น อาหารประจำชาติ เมนูแรกของอิตาลี วัตถุดิบสูตรดั้งเดิมประกอบด้วยน้ำ แป้ง และน้ำมันมะกอกเพียงเท่านั้น ก่อนจะถูกส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น และถูกพัฒนาปรับปรุงสูตรจนกลายเป็นฟอคคาเซียอย่างในปัจจุบัน หากใครอยากลองรับประทาน เราก็ไม่พลาดที่จะนำสูตรวิธีการทำมาบอกต่อให้ได้ลองทำตามกันง่าย ๆ ดังนี้

วัตถุดิบทำขนมปัง

  1. แป้งทำขนมปัง หรือแป้งอเนกประสงค์ 250 กรัม 
  2. น้ำอุ่น 190 มิลลิลิตร
  3. ยีสต์ผง 1 ช้อนชา
  4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  5. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

วัตถุดิบสำหรับแต่งหน้าขนมปัง

  1. โรสแมรี่ ปริมาณตามชอบ
  2. น้ำมันมะกอก ปริมาณตามชอบ
  3. มะเขือเทศเชอรี่ ปริมาณตามชอบ
  4. มะกอกดำ ปริมาณตามชอบ
FOCACCIA

ขั้นตอนวิธีการทำ

  1. ขั้นตอนแรกผสมแป้งอเนกประสงค์กับเกลือเข้าด้วยกัน ตามด้วยการใส่ยีสต์แล้วคนให้เข้ากัน เตรียมชามผสมอีกหนึ่งชามเพื่อใส่น้ำอุ่น และน้ำมันมะกอก จากนั้นนำแป้งที่เตรียมไว้ใส่ลงไป ใช้ไม้พายกวนส่วนผสมให้จับตัวเป็นก้อน และไม่มีผงแป้ง 
  2. เมื่อแป้งได้ที่แล้วให้ห่อชามผสมด้วยแผ่นฟิล์มถนอมอาหาร พักไว้ 20 นาที จากนั้นเทน้ำมันมะกอกใส่ลงไปในชามผสมเล็กน้อย ใช้มือจุ่มน้ำ และยืดแป้งเขย่าเล็กน้อย ก่อนจะพับทบเข้าหากันจนเป็นรูปสี่เหลี่ยม ทำซ้ำทั้งสี่ด้านแล้วกลับด้านแป้ง พักไว้อีก 20 นาที นำออกมาทำซ้ำ และพักแป้งครั้งที่ 3 ด้วยเวลาเท่าเดิม
  3. เตรียมถาดสี่เหลี่ยมสำหรับอบ ทาด้วยน้ำมันมะกอกให้ทั่วพิมพ์ โรยเกลือใส่ลงไปเล็กน้อย และนำแป้งที่เตรียมไว้แผ่ลงไปให้ทั่วพิมพ์ ใช้ปลายนิ้วมือกดให้ทั่วพิมพ์ ห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหาร พักไว้ 30 นาที
  4. โรยน้ำมันมะกอกลงไปให้ทั่วแป้ง จากนั้นตกแต่งหน้าขนมปังด้วยโรสแมรี่ มะเขือเทศเชอรี่ และมะกอกดำ ตกแต่งเสร็จแล้วใช้ปลายนิ้วกดลงไปที่แป้งให้ทั่วอีกครั้ง 
  5. นำขนมปังเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 220 องศา เป็นเวลา 25 นาที หรือจนกว่าขนมปังจะสุกดี (แล้วแต่ความหนาของแป้ง) เสร็จแล้วนำออกจากเตาอบ ตัดแบ่งเป็นชิ้นแล้วนำมารับประทานร้อน ๆ ได้เลย
FOCACCIA

ฟอคคาเซีย มีเสน่ห์ตรงรูปร่างของขนมที่ไม่แน่นอน สามารถทำได้ทั้งรูปสี่เหลี่ยม วงกลม หรือรูปร่างอื่น ๆ และด้วยความนิยม ทำให้ ขนมปังอิตาลี ชิ้นนี้มีมากมายหลากหลายสูตร ที่มีความแตกต่างกันอย่างลงตัว สามารถรังสรรค์ใส่สมุนไพร หรือวัตถุดิบอื่น ๆ เพิ่มเข้าไปเพิ่มรสชาติได้อร่อยเข้ากัน อีกทั้งยังเพิ่มสีสันให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น อย่าลืมนำสูตรเบเกอรี่ขนมปังไปลองทำกันที่บ้านนะคะ

Categories
เบเกอรี่

คัพเค้ก เบเกอรี่ชิ้นเล็ก แต่งหน้าหลากหลาย อร่อยได้ไม่มีเบื่อ

คัพเค้ก

คัพเค้ก หรือ CUPCAKE เบเกอรี่รูปร่างหน้าตาคล้ายเค้กชิ้นเล็กที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ เป็นเบเกอรี่ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1828 หรือในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยมีเรื่องเล่ากล่าวถึง เบเกอรี่เค้กชิ้นเล็ก นี้ว่าถูกคิดค้นสูตรโดยแม่บ้านที่มีความต้องการอยากทำเค้กชิ้นเล็กให้กับสมาชิกในบ้านได้รับประทาน จึงได้ใช้ถ้วยอาหารขนาดเล็กมาใช้แทนพิมพ์เค้กปอนด์ จากนั้นก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ คัพเค้ก แสนอร่อย

ในบทความนี้เราก็ไม่พลาดที่จะนำเอา สูตรคัพเค้ก แบบง่าย ๆ มาบอกต่อให้ทุกคนได้ลองทำรับประทานกันเองที่บ้าน โดยตกแต่งหน้าตาเบเกอรี่ได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นคัพเค้กแฟนตาซี , คัพเค้กการ์ตูน หรือแม้แต่คัพเค้กวันเกิดก็สามารถทำได้ โดยสูตรนี้สามารถทำ คัพเค้ก ได้ 20 ถ้วย หากต้องการทำในปริมาณที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง สามารถปรับอัตราส่วนได้เลยค่ะ

วัตถุดิบทำเค้ก

  1. แป้งเค้ก 75 กรัม
  2. ผงฟู 1/2+1/4 ช้อนชา
  3. ไข่ไก่เบอร์ 2 3 ฟอง
  4. น้ำตาลทรายละเอียด 75 กรัม
  5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  6. นมสดรสจืด 40 กรัม
  7. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  8. เอสพี 11 กรัม
  9. น้ำมันรำข้าว 57 กรัม

วัตถุดิบแต่งหน้าขนม

  1. วิปปิ้งครีมนอนแดรี่ 350 กรัม
  2. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  3. สีผสมอาหารตามชอบ
  4. วัตถุดิบตกแต่งหน้าขนมตามชอบ
คัพเค้ก

ขั้นตอนวิธีการทำ

  1. ขั้นตอนแรกใส่ไข่ นมสดรสจืด เกลือป่น น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลาลงไปในชามผสม ตามด้วยการร่อนแป้งกับผงฟูลงไป 
  2. ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากันเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งฟรุ้งกระจาย ตามด้วยการนำไปตีด้วยเครื่องผสมอาหารสปีดต่ำสุด ปิดเครื่องแล้วปาด SP ใส่หัวตะกร้อ เปิดเครื่องตีต่อด้วยสปีดสูงสุดประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมขึ้นฟู ตีต่อด้วยสปีดกลางเป็นเวลา 2 นาที ระหว่างนี้ให้ทยอยเทน้ำมันที่เตรียมไว้ใส่ลงไปจนหมด และตีต่อเป็นเวลา 3 นาที จนแป้งไหลเป็นสาย ไม่ข้นจนเกินไป เสร็จแล้วนำแป้งใส่ถุงบีบ
  3. เตรียมถ้วยคัพเค้กขนาด 5 CM. วางเรียงกันในถาดรองอบ จากนั้นหยอดแป้งลงไปในปริมาณ ¾ ของถ้วยตวง เมื่อครบทุกถ้วยแล้วให้กระแทกถาดรองอบเบา ๆ เพื่อไล่ฟองอากาศ และนำไปอบด้วยอุณหภูมิ 170 องศา ไฟบนล่าง เปิดพัดลม เป็นเวลา 15 – 20 นาที แล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็น
  4. เตรียมชามผสม ใส่วิปครีม และกลิ่นวานิลลาลงไปตีด้วยสปีดกลางจนส่วนผสมขึ้นฟู ตั้งยอดแข็ง จากนั้นตีต่อด้วยสปีดต่ำเพื่อตัดอากาศ ให้ส่วนผสมเนียนขึ้น เสร็จแล้วนำมาแยกใส่สีผสมอาหารได้ตามชอบ และนำไปใส่ลงไปในถุงบีบ
  5. บีบวิปครีมลงไปตกแต่งหน้าขนม โดยเริ่มบีบวนจากตรงกลาง ก่อนจะวนขึ้นด้านบนให้สวยงาม ตกแต่งด้วยวัตถุดิบสำหรับแต่งหน้าขนมได้ตามชอบ เป็นอันเสร็จสิ้น รับประทานได้เลย
คัพเค้ก

การทำคัพเค้ก สามารถทำได้ง่ายกว่า ขนมเค้ก ทั่วไป แม้ว่าจะใช้วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำที่คล้ายกัน แต่สามารถรังสรรค์ตกแต่งหน้าตาได้หลากหลายกว่า และทำครั้งเดียวได้หลายชิ้น แบ่งกันรับประทานได้อย่างจุใจ แถมขั้นตอนการแต่งหน้าเค้กยังง่ายดาย และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน นำไปเป็นกิจกรรมยามว่างกับครอบครัวได้ อย่าลืมนำเอา สูตรคัพเค้ก ไปลองทำตามที่บ้านนะคะ

Categories
เบเกอรี่

เค้กแครอท การผสมผสานที่ลงตัวของแครอท และครีมชีส

เค้กแครอท

เค้กแครอท หรือแครอทเค้ก ขนมหวานทานง่ายมีส่วนผสมของผักสีส้มมากล้นประโยชน์ มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และได้รับความนิยมเรื่อยมาในหมู่คนรักสุขภาพ และคนที่ชอบทานขนมหวาน ด้วยหน้าตาของขนมที่แปลกตาเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนเค้กชิ้นอื่น ๆ แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้น เราจึงได้นำสูตรการทำขนมง่าย ๆ มาให้ทุกคนได้ลองทำกันในบทความนี้

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำ เค้กแครอท

ใครที่ยังไม่เคยรับประทานเค้กแครอท มาก่อนเลย ขอบอกว่า แครอทเค้ก มีเนื้อนุ่ม แน่น ชุ่มฉ่ำ ได้เนื้อสัมผัสกรุบ ๆ ของแครอทในระหว่างรับประทาน รสหวานของเครื่องเทศ และส่วนผสมอื่น ๆ ผสานกับ ครีมชีสรสเปรี้ยว แล้วเข้ากันเป็นอย่างดี อีกทั้งยังหอมกลิ่นอบเชย หากได้ลองทานสักครั้งรับรองว่าต้องติดใจอย่างแน่นอน 

วัตถุดิบทำเนื้อเค้กแครอท

  1. เนื้อแครอทขูด  225 กรัม 
  2. น้ำตาลทราย 215 กรัม
  3. เนยเค็มละลาย 180 กรัม 
  4. แป้งเค้ก 225 กรัม 
  5. ผงฟู 2 ช้อนชา
  6. เบกกิ้งโซดา 1+1/2 ช้อนชา.
  7. ผงอบเชย  4 กรัม
  8. ไข่ไก่ 4 ฟอง
  9. วอลนัท 80 กรัม

วัตถุดิบทำครีมชีส

  1. ครีมชีส 125 กรัม
  2. วิปปิ้งครีม 100 กรัม
  3. น้ำตาลไอซิ่ง 35 กรัม 
  4. น้ำเลม่อน 5 กรัม
เค้กแครอท

ขั้นตอนวิธีการทำ

  1. ขั้นตอนแรกใส่ไข่ไก่ และน้ำตาลทรายลงไปในชามผสม ตีด้วยเครื่องผสมอาหารด้วยสปีดกลาง จนไข่ไก่มีสีอ่อนลง และขึ้นฟู ระหว่างรอให้ร่อนแป้ง ผงฟู และเบกกิ้งโซดาลงในชามผสมอีกชาม จากนั้นทยอยเทลงไปรวมกับส่วนผสมส่วนแรกจน
  2. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ให้ทยอยใส่ผงอบเชย กลิ่นวานิลลา และเนยละลายลงไปผสมในระหว่างที่เครื่องยังทำงาน ตีต่อสักครู่แล้วปิดเครื่องได้เลย
  3. ใส่แครอท และวอลนัทลงไปในชามผสมในขั้นตอนที่ 2 ตีด้วยเครื่องผสมอาหารสปีดกลาง จากนั้นปิดเครื่องนำส่วนผสมไปเทใส่พิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 8×8 นิ้ว (รองด้วยกระดาษรองอบ) จากนั้นเคาะถาดกับพื้นเล็กน้อยเพื่อไล่ฟองอากาศ
  4. นำขนมเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 175 องศา ไฟบนล่าง เป็นเวลา 40 – 45 นาที ครบเวลาแล้วนำออกจากพิมพ์มาพักไว้ให้เย็น
  5. ขั้นตอนการทำครีมชีส เริ่มจากการนำครีมชีส และน้ำตาลไอซิ่งใส่ลงไปในชามผสม ตีด้วยเครื่องผสมอาหารสปีดกลางพอให้เป็นเนื้อครีม จากนั้นทยอยเทวิปปิ้งครีมลงไปในระหว่างตีจนตั้งยอด เสร็จแล้วนำมาใส่ถุงบีบเตรียมตกแต่ง
  6. ตัดเค้กแครอทให้เป็นชิ้นตามชอบ และตกแต่งหน้าตาขนมหวานได้ตามความชอบ
เค้กแครอท

ขั้นตอนการทำ เค้กแครอท ถือได้ว่าง่าย ใช้เวลาทำไม่นาน และไม่มีความซับซ้อนเหมือนสูตรทำเบเกอรี่อื่น ๆ ที่ต้องเตรียมวัตถุดิบ และอุปกรณ์มากมาย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการหัดทำขนมหวาน เบเกอรี่  และกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการหา เบเกอรี่เพื่อสุขภาพ มารับประทาน

Categories
เบเกอรี่

คุกกี้สิงคโปร์ ขนมไทยชื่อต่างประเทศ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ หอมกลิ่นเนย

คุกกี้สิงคโปร์ ขนมไทยชื่อต่างประเทศ เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ หอมกลิ่นเนย

Cashew Nut Cookies (腰果饼) | Recipe for Chinese New Year 2022

หลายคนอาจเข้าใจผิด เกี่ยวกับขนมที่มีชื่อว่า “คุกกี้สิงคโปร์” แท้จริงแล้วเป็นขนมไทย หรือเบเกอรี่กันแน่ เราจึงขอตอบก่อนให้หายข้องใจ แม้ว่าจะเป็นขนมหวานที่มีชื่อต่างประเทศ แต่เป็นขนมไทยในรูปแบบคุกกี้ที่ในสมัยก่อนนั้นใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งต้องนำเข้ามาจากประเทศสิงคโปร์ จึงทำให้ถูกเรียกด้วยชื่อนี้เรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำ คุกกี้สิงคโปร์

คุกกี้สิงคโปร์ ขนมไทยขนาดพอดีคำ มีรสชาติหวาน และมันจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แต่เดิมนั้นถูกทำให้มีความนุ่มมากกว่าปัจจุบัน แต่ด้วยความที่คนไทยนิยมรับประทานขนมหวานที่มีความกรอบ จึงได้มีการปรับปรุงสูตรของขนมให้มีความร่วน ทำให้เมื่อรับประทานแล้วจะได้รสชาติที่คล้ายคลึงกับขนมกลีบลำดวน หากใครอยากลองทำกันแล้ว ไปดูส่วนผสมกันเลยค่ะ

วัตถุดิบทำคุกกี้สิงคโปร์

  1. แป้งอเนกประสงค์ 500 กรัม
  2. น้ำตาลไอซิ่ง 200 กรัม
  3. เนยจืด 300 กรัม
  4. ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ไข่แดง 2 ฟอง
  6. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  7. กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  8. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ ปริมาณตามชอบ
The Best Cashew Butter Cookies - Foods Guy

ขั้นตอนวิธีการทำ

  1. ขั้นตอนแรกวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 160 องศา ไฟบนล่าง ก่อนจะนำแป้งสาลีอเนกประสงค์มาร่อนใส่ลงไปในชามผสม แล้วร่อนน้ำตาลไอซิ่ง และผงฟูลงไปในชามผสม ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน ตามด้วยเนย และน้ำมันพืช จากนั้นใช้ที่สับเนยสับให้ส่วนผสมละเอียดเข้ากันดี
  2. ใช้มือนวดส่วนผสมที่เตรียมไว้จนจับตัวเป็นก้อน แล้วห่อชามผสมด้วยฟิล์มถนอมอาหาร จากนั้นพักแป้งไว้ 10 – 15 นาที
  3. ใส่ไข่แดง กลิ่นวานิลลา และเกลือลงไปคนให้เข้ากันในชามผสมอีกหนึ่งชาม
  4. เตรียมกระดาษรองอบ โรยด้วยผงแป้งให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้ขนมติดพิมพ์ แล้วนำแป้งที่พักไว้จนครบเวลาแล้วมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ คลึงให้บางประมาณครึ่งนิ้วด้วยไม้นวดแป้ง จากนั้นใช้พิมพ์กดคุกกี้กดลงไปให้เป็นรูปร่างตามพิมพ์ และใช้มือดันแป้งออกจากพิมพ์ นำไปวางไว้ในถาดรองอบที่รองด้วยกระดาษรองอบ
  5. ใช้ส่วนผสมของไข่แดงที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 3 ทาไปที่ตัวขนมให้ทั่วตัวขนม และนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์วางตกแต่งหน้าขนม ทาด้วยไข่แดงทับอีกรอบ 
  6. นำขนมเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 160 องศา ไฟบนล่าง เป็นเวลา 10 – 15 นาที หรือจนกระทั่งสุกเหลือง เมื่อรอจนครบเวลาแล้วให้นำออกมาจากพิมพ์ พักไว้ในตะแกรงให้เย็น และอบควันเทียนแล้วนำมารับประทานได้เลย
Cashew nuts cookies Recipe by Shalini Kasera - Cookpad

บทสรุป

เทคนิคง่าย ๆ ในการทำ คุกกี้สิงคโปร์ คือ ต้องพักแป้งไว้ก่อนอบ เพื่อให้ส่วนผสมผสานเข้ากันในเนื้อแป้ง เมื่ออบแล้วจะทำให้ขนมกรอบร่วน สิ่งนี้จะทำให้ ขนมหวาน ของเราอร่อยมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญอย่าลืมจัดเรียง คุกกี้สิงคโปร์อร่อย ในถาดให้ห่างกันเล็กน้อย เพราะเมื่ออบแล้วขนมจะมีขนาดใหญ่ขึ้น

 

 

 

เว็บบอล

Categories
เบเกอรี่

กราโนล่าบาร์ เบเกอรี่เพื่อสุขภาพ ทำง่าย ไม่ง้อเตาอบ

กราโนล่าบาร์ เบเกอรี่เพื่อสุขภาพ ทำง่าย ไม่ง้อเตาอบ

กราโนล่าบาร์ เมนูที่เป็นได้ทั้งเบเกอรี่ขนมหวาน ขนมขบเคี้ยว และของว่างทานเล่นสำหรับคนรักสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นอาหารเช้าของชาวตะวันตก ประกอบไปด้วยธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต ถั่ว น้ำผึ้ง รสชาติหวานมัน หากใครต้องการเพิ่มเติมเสริมรสชาติเปรี้ยวก็สามารถเพิ่มผลไม้อบแห้งต่าง ๆ เข้าไปได้ รสชาติอร่อยเข้ากันดีเป็นที่สุด 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำ กราโนล่าบาร์

สำหรับเมนูเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ กราโนล่าบาร์ หรือ GRANOLA BAR ถูกเรียกอีกชื่อว่า “ซีเรียลบาร์” ถือว่าเป็นเมนูที่ให้พลังงานต่อร่างกายมาก และมีแคลอรีสูง ทานแล้วรสชาติอร่อย ได้ประโยชน์จากส่วนผสมหลักอย่างธัญพืช สามารถนำไปรับประทานร่วมกับเมนูอื่น ๆ ได้หลากหลาย เช่น โยเกิร์ต ผลไม้ หรือแม้แต่นม หรือกาแฟ นอกจากนั้นยังเป็น เบเกอรี่ทำง่าย ขั้นตอนน้อย ไม่ต้องใช้เตาอบ และใช้วัตถุดิบที่หาได้ทั่วไป

วัตถุดิบส่วนที่ 1

  1. ข้าวโอ๊ต 1+1/2 ถ้วยตวง
  2. อัลมอนด์สับคั่วสุก ½ ถ้วยตวง
  3. เมล็ดฟักทองคั่วสุก 1/8 ถ้วยตวง
  4. เมล็ดแตงโมคั่วสุก 1/8 ถ้วยตวง
  5. แครนเบอรี่ หรือผลไม้อบแห้งตามชอบ ½ ถ้วยตวง

วัตถุดิบส่วนที่ 2

  1. น้ำผึ้ง ¼ ถ้วยตวง
  2. น้ำตาลทรายแดง ¼ ถ้วยตวง
  3. เนยถั่ว ¼ ถ้วยตวง
  4. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  5. เกลือ ¼ ช้อนชา

ขั้นตอนวิธีการทำ

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ การโนล่าบาร์ ให้ใส่ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์สับ เมล็ดฟักทอง และเมล็ดแตงโมลงไปผสม ตามด้วยแครนเบอรี่ลงไปคนคลุกเคล้าให้เข้ากัน (หากส่วนผสมติดกันเป็นก้อนให้แกะออก)
  2. เตรียมหม้อให้พร้อม ก่อนจะใส่น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายแดง เนยถั่ว จากนั้นนำไปตั้งไฟอ่อน เคี่ยวให้ส่วนผสมละลายเข้ากันดีแล้วนำออกจากเตา ใส่กลิ่นวานิลลา และเกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
  3. นำส่วนผสมที่ต้มเสร็จแล้วใส่ลงไปในส่วนผสมขั้นตอนที่ 1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเทใส่พิมพ์ขนาด 8×8 นิ้ว รองด้วยกระดาษไข หรือกระดาษรองอบ ใช้ไม้พายเกลี่ยให้ทั่ว และเสมอกันทั่วพิมพ์ จากนั้นใช้มือกดส่วนผสมลงไปให้แน่น นำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมเซทตัว จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้น เป็นอันเสร็จสิ้น รับประทานได้เลย

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเมนู กราโนล่าบาร์ ที่ได้นำ สูตรวิธีการทำ มาแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำตามกันในบทความนี้ ทำง่ายกว่าที่คิดใช่ไหมคะ หากใครมีเวลาว่างอยากแนะนำให้ได้ลองทำรับประทานกันดูสักครั้งนะคะ สำหรับ วิธีการจัดเก็บกราโนล่า ก็สามารถนำไปห่อด้วยกระดาษฟอยล์ หรือกระดาษไข เก็บไว้รับประทานได้นาน

 

 

เว็บบอล