Categories
ไม่มีหมวดหมู่

ขนมอร่อยมาแรง ทีรามิสุ หอมกลิ่นกาแฟ เนื้อครีมชีสนุ่มนวลชวนทาน

ทีรามิสุ

เชื่อว่าหลายคนจะต้องไม่รู้จักขนม ทีรามิสุ หนึ่งในขนมยอดนิยมทั่วโลกอย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนที่เราจะไปลองทำทีรามิสึทานเล่นๆ ที่บ้าน เราลองมาทำความรู้จักกับทีรามิสุคือ ขนมที่มีจุดต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลีที่มีการผสมผสานระหว่างครีมคัสตาร์ดกับชีสมัสคาร์โปน และบิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มกาแฟรสเข้มเข้นส่งกลิ่นหอมอบอวลชวนทาน ส่วนรสชาติหวานนุ่ม และกรุบกรอบของบิสกิตที่เคี้ยวได้อย่างเพลิดเพลิน หากใครได้ลองทานต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจนต้องอยากลองทำทานเองแน่นอน 

เปิดวิธีการทำ ทีรามิสุ ขนมสไตล์อิตาลี หวานนุ่ม ทำง่าย ไม่ใช้เตาอบ 

ทีรามิสุ

สำหรับใครที่อยากลองทานขนมทีรามิสุแสนอร่อยตามเทรนด์สักครั้ง แต่ไม่อยากตะเวนหาซื้อทานที่ร้าน วันนี้เราได้นำสูตร และวิธีทำเค้กทีรามิสุอย่างง่ายมาให้ได้ลองทำทานเอง ซึ่งต้องบอกเลยว่าขนมชนิดนี้ทำง่ายมากๆ แถมไม่ต้องใช้เตาอบ ประหยัดเวลา และสามารถทำทานได้ทุกวัน ที่สำคัญเนื้อสัมผัส และรสชาติอร่อยเหมือนสูตรดั้งเดิม 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่จะต้องเตรียม

ทีรามิสุ
  1. ชีสมัสคาร์โปน 400 กรัม
  2. ไข่ไก่ 5 ฟอง
  3. วิปปิ้งครีม 380 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  5. เหล้ารัม ½ ถ้วย
  6. กาแฟ 1 ถ้วยตวง
  7. กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
  8. ผงโกโก้ ½ ถ้วยตวง
  9. เลดี้ฟิงเกอร์บิสกิต 35 ชิ้น

การทำขนมทิรามิสุตามสูตรเบเกอรี่โฮมเมดสามารถใส่เหล้ารัม หรือไม่ใส่ก็ได้ตามใจชอบ ส่วนกาแฟจะใช้เป็นแบบชงสำเร็จรูปยี่ห้ออะไรก็ได้ที่หาซื้อได้ตามร้านขายของชำใกล้บ้าน และต่อมาเราจะนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากันดังนี้

ทีรามิสุ
  1. นำเหล้ารัมผสมกับกาแฟ คนให้เข้ากัน พักไว้ก่อน ต่อมานำชีสมัสคาร์โปน และเหล้ารัม ใช้ตะกร้อตีให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำหม้อมาต้มน้ำให้เดือด นำไข่แดง และน้ำตาลทรายใส่ลงไปในภานะที่เตรียมไว้ นำไปตั้งบนต้ม ใช้ตะกร้อตีนส่วนผสมน้ำตาลจะละลาย และข้นเหนืดกลายเป็นเนื้อคัสตาร์ดครีม 
  2. นำครีมคัสตาร์ดเทลงไปผสมกับชีสมัสคาร์โปน ทำการคนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนำภาชนะอันใหม่มาใส่วิปปิ้งครีม กลิ่นวานิลลา ใชเครื่องตีส่วนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วเทใส่ครีมมัสคาร์โปน ตะล่อมให้เข้ากัน 
  3. เตรียมพิมพ์แบบสี่เหลี่ยม ใส่เลดี้ฟิงเกอร์บีสกิตจุ่มกาแฟที่ผสมเหล้ารัม นำมาเรียงในพิมพ์ให้ฐานขนม ตักครีมมัสคาร์โปนลงไปปริมาณครึ่งหนึ่งของพิมพ์ เกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นวางเลดี้ฟิงเกอร์ และราดด้วยครีมมัสคาร์โปนจนเต็มพิมพ์ โรยด้วยผงโกโก้ นำไปแช่เย็นให้ครีมเซ็ตตัว 
ทีรามิสุ

ขนม Tiramisu สามารถตัดเป็นชิ้นๆ แล้วนำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ทานเป็นของว่างในวันถัดไปได้ และควรแช่เย็นก่อนนำมารับประทานจะช่วยให้ได้ความฟินในการทานมากขึ้น ดังนั้นใครอยากทำเบเกอรี่ง่าย ๆ เองที่บ้าน ต้องแนะนำ ขนมสไตล์อิตาเลี่ยนทิราสุ เนื้อนุ่ม หวานละมุน รสาชาติอร่อยทานได้ทั้งวัน 

ลองมาทำ ทีรามิสุชาเขียวมัทฉะ กลิ่นหอมนุ่มละมุน ในแก้วสุดคิ้วท์ 

ทีรามิสุ

สำหรับทีรามิสุ ขนมเบเกอรี่ยอดนิยมที่ไม่ได้มีเพียงแค่สูตรกาแฟเท่านั้น แต่ยังมีสูตรชาเขียวมัทฉะด้วยนะ หากใครไม่ทานกาแฟสามารถมาลองทำขนมทิรามิสุมัทฉะฉบับเบเกอรี่ทำเองได้เลย ซึ่งวัตถุดิบ และอัตราส่วนต่างๆ เราสามารถประยุกต์จากสูตรกาแฟ เพียงแค่ต้องเปลี่ยนจากกาแฟเป็นชาเขียวมัทฉะ และเปลี่ยนจากพิมพ์ขนมเป็นแก้วขนาดเล็กน่ารัก น่ารัก โรยด้วยชามัทฉะให้สวยงาม หลังจากนั้นนำเข้าตู้เย็นให้ขนมเซ็ตตัว เพื่อเพิ่มความอร่อย หวานหอมกลิ่นมัทฉะนุ่มละมุน 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ปักหมุดสูตร ขนมหม้อแกง เนื้อนุ่ม ละลายในปาก หอมกลิ่นไหม้ละมุน

ขนมหม้อแกง

สำหรับ ขนมหม้อแกง เป็นอีกหนึ่งขนม โบราณที่ขึ้นชื่อของเมืองเพชรบุรีได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะขนมหม้อแกงถั่วอบมีกลิ่นหอมละมุน ทำสดใหม่ เนื้อขนมนุ่มนิ่ม รสชาติหวานจัดจ้าน หอมเจียวกรุบกรอบเข้ากันสุดๆ ที่สำคัญเป็นขนมที่มีราคาไม่แพงสามารถซื้อกลับบ้านได้หลายชิ้นในราคาสุดคุ้ม อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปซื้อขนมหม้อแกงถั่วเตาถ่านที่เพชรบุรีจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ทำให้หลายคนคิดอยากจะทำขนมทานเอง แต่ไม่รู้จะทำสูตรไหนดี เรามีสูตรขนมหม้อแกงเนื้อนุ่ม หวานฉ่ำ หอมกรุ่นๆ และวิธีทำง่ายๆ มาฝากทุกคนได้ทำตามที่บ้าน

ขั้นตอนง่ายๆ ทำ ขนมหม้อแกง ถั่วสูตรโบราณ รสหวานจัดจ้าน หอมอร่อย 

ขนมหม้อแกง

เหล่าสาวก ขนม หม้อแกง ที่อยากทำขนมทานเองมาทางนี้ เพราะเราจะมาสอนทำขนม ไทย ง่ายๆ อย่างขนมหม้อแกงถั่ว สูตรโบราณ ส่งตรงจากห้องเครื่อง รับรองว่า รสชาติอร่อยตรงตามสูตรชาววังแน่นอน ที่สำคัญวิธีทำขนมไม่ยากสามารถทำเสร็จภายในวันเดียว พร้อมทานได้เลย หรือจะส่งขายเป็นธุรกิจเล็กๆ ก็สามารถขายได้กำไรปังตั้งแต่วันแรกที่ขาย

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ขนมหม้อแกง
  1. ถั่วเขียวเลาะเปลือก 200 กรัม
  2. หัวกะทิ 700 กรัม
  3. น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม
  4. แป้งข้าวเจ้า 70 กรัม
  5. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  6. น้ำมันหอมเจียว 4 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 150 กรัม
  8. หอมแดง 150 กรัม
  9. น้ำเปล่า 80 กรัม
  10. ไข่เป็ด 8 ฟอง

ขนมหม้อแกงเป็นสูตร ขนม ไทยโบราณในสมัยก่อนจะใช้หม้อดินเผาในการนึ่งให้สุก แต่ในปัจจุบันจะใช้เตาอบขนมที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น ดังนั้นก่อนเข้าสู่วิธีทำ ขนมหม้อแกงต้องวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ประมาณ 5 นาที 

ขนมหม้อแกง
  1. นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาล้างทำความสะอาดประมาณ 4-5 รอบ แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง เสร็จแล้วนำไปนึ่งให้สุกประมาณ 30 นาที ต่อมาให้นำกระทะมาตั้งเตา ใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปให้ร้อน ใส่หอมแดงเจียวให้เป็นสีเหลือง ตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 
  2. เตรียมภาชนะขนาดใหญ่ ใส่ไข่เป็ด น้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว เกลือป่น แป้งข้าวเจ้า น้ำกะทิ น้ำเปล่า และน้ำมันที่เจียวหอมแดง ตามด้วยถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก ผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เทส่วนผสมลงในหม้อต้ม นำไปตั้งไฟปานกลาง ค่อยๆ ใช้ไม้พายกวนช้าๆ ไม่ให้ติดหม้อ เมื่อได้ขนมที่กับตัวเป็นก้อนแล้วให้ปิดแก็สและยกออกจากเตา 
  3. ทาน้ำมันที่ได้จากการเจียวหอมแดง ทาให้ทั่วถาดสำหรับอบขนม จากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในถาดที่เตรียมไว้ ทาน้ำมันหอมเจียวบนหน้าขนมแล้วทำการเกลี่ยให้เรียบ เพื่อให้ขนมมีสีสวย จากนั้นนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 190 องศเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากที่ขนมอบเสร็จแล้วนำมาพักไว้ให้เย็น ก่อนไปรับประทาน 
ขนมหม้อแกง

สำหรับใครที่ชอบทานขนม หวาน ไทย อย่างหม้อแกงกับหอมเจียวสามารถโรยหอมเจียวหน้าขนมได้เลย แต่ถ้าไม่ชอบทานหอมเจียวสามารถตัดวัตถุดิบที่เป็นหอมแดงออกได้ตามใจชอบ เพียงแค่นี้ก็จะได้ขนมหม้อแกงสูตรขนมไทย ทำเองที่อร่อยรสชาติหวาน หอมกลิ่นถั่วผสมผสานกับกลิ่นไข่ได้อย่างลงตัว

แจกสูตรเด็ด ขนมหม้อแกงเผือกชาววัง โบราณ หอมอร่อย เผือกนุ่มนิ่ม 

ขนมหม้อแกง

ขนมหม้อแกงถั่วโบราณเป็นขนม ไทย ทำ ง่ายๆ ที่มีรสชาติอร่อยตามฉบับสูตรชาววัง นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำอย่าง ขนมหม้อแกงเผือกโบราณชาววัง สูตรโบราณ ซึ่งส่วนผสมต่างๆ และวิธีทำขนมก็คล้ายๆ กับสูตรหม้อแกงถั่วโบรารณ แต่จะเพิ่มเนื้อเผือกนึ่งสุก แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที นำออกจากเตาจะได้ขนมหม้อแกงเผือกขนมไทยโบราณที่มีกลิ่นหอมอบอวล เนื้อนุ่มนิ่ม หวานฉ่ำจัดจ้าน 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ย้อนรอยทำ ขนม ใส่ไส้ มะพร้าวอ่อน กรุบกรอบ รสชาติหวานมันเค็มอร่อย 

ขนม ใส่ไส้

ขนม ใส่ไส้ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าขนม ห่อหมกใบตองตานรูปทรงสวยงาม และมีเตี่ยวคาดที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยได้อย่างโดดเด่นไม่จำเจชวนให้หลงใหล ที่มาพร้อมกับรสชาติหวาน เค็ม จากตัวไส้ และมีเนื้อสัมผัสนุ่มนิ่มจากตัวแป้งกะทิเข้มข้น ไม่เละ ทานอร่อยกำลังพอดี สำหรับตัวแป้งขนมในสมัยก่อนจะนิยมใช้แป้งที่โม่เองจึงเป็นที่มาของขนมไทย ทำเองสูตรพื้นบ้านมีความประณีตเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันการทำขนมห่อหมกจะใช้แป้งข้าวเหนียวดำ และแป้งข้าวเหนียวขาวเนื้อเนียนละเอียดหาซื้อทำขนมได้ง่าย และราคาถูก 

วิธีทำ ขนม ใส่ไส้ มะพร้าวอ่อน ขนมมงคลแสนอร่อย ทำเองง่ายมาก 

ขนม ใส่ไส้

สำหรับคนที่อยากฝึกทำขนมหวานเองที่บ้าน โดยที่ไม่ต้องไปเรียนทำขนมให้เสียเวลา ขอแนะนำ ขนมใส่ไส้ เป็นขนมไทย โบราณที่มีวิธีทำขนมไม่ยุ่งยากสามารถทำตามได้สบายๆ ชิลล์ๆ และต้องบอกเลยว่าวัถุดิบต่างๆ นั้นสามารถหาได้ง่ายๆ และราคาไม่แพง เรียกได้ว่า ขนมสอดไส้เป็นขนม ไทย ทำ ง่ายๆ เหมาะสำหรับคนมือใหม่อยากฝึกทำขนมทานด้วยตัวเองสุดๆ อีกทั้งยังสามารถทำได้ในปริมาณที่เราต้องการอีกด้วย 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียมไส้มะพร้าว

  1. มะพร้าวอ่อน ½ ถ้วยตวง
  2. มะพร้าวทึนทึก ½ ถ้วยตวง
  3. เกลือ ½ ช้อนชา
  4. น้ำตาลโตนด 500 กรัม
  5. น้ำมะพร้าว 50 กรัม
ขนม ใส่ไส้

ส่วนผสมของแป้งห่อไส้มะพร้าว

  1. แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
  2. น้ำใบเตย 150 กรัม

ส่วนผสม และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมหน้าขนม

  1. แป้งข้าวเจ้า 110 กรัม
  2. หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
  3. แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
  4. น้ำมะพร้าว 600 กรัม
  5. เกลือ 10 กรัม
  6. แป้งมัน 30 กรัม
  7. น้ำตาลทราย 110 กรัม

ก่อนลงมือทำขนมสอดไส้ หรือ ใส่ไส้มะพร้าวอ่อนอย่าลืมเตรียมใบตอง ใบมะพร้าวเอาไว้ทำเตี่ยวห่อขนม และไม้กลัดห่อหมก เสร็จแล้วขั้นตอนต่อมาจะเป็นวิธีทำขนม ไทย ง่ายๆ อย่าง ขนมสอดไส้ดังต่อไปนี้

ขนม ใส่ไส้
  1. อันดับแรกจะมาเริ่มไส้ขนมกันก่อนเลย ขั้นตอนแรกนำน้ำมะพร้าว น้ำตาลโตนด เกลือ ใส่ในกระทะ คนส่วนผสมให้เข้ากัน ต้มให้เดือด ใส่เนื้อมะพร้าวขูดลงไป กวนต่อจนกว่าน้ำจะงวดลง ปิดไฟ พักไว้ก่อน
  2. ต่อมาทำแป้งห่อขนม โดยเริ่มจากนำแป้งมาร่อนใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ใส่น้ำใบเตย ผสมให้เข้ากันจะได้เนื้อแป้งที่เนียนละเอียด จากนั้นปั้นแป้งเป็นก้อนกลม แผ่แป้งเป็นแผ่นบางๆ ใส่ไส้ลงไปตรงกลาง ห่อให้เป็นก้อนกลม
  3. หลังจากนั้นมาต่อด้วยการทำหน้าขนม โดยนำกะทิ น้ำมะพร้าว น้ำตาลทราย เกลือ แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าเจ้า และแป้งมัน ผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปตั้งเตาต้มให้แป้งละลายเนื้อเนียนละเอียด 
  4. นำใบตองมาไส้ขนม ราดด้วยน้ำแป้งที่กวนไว้ ห่อเป็นรูปสามเหลี่ยม คาดเตี่ยวใบมะพร้าว ใช้ไม้กลัด นำไปนึ่งให้สุกประมาณ 40 นาที 
ขนม ใส่ไส้

เป็นอย่างไรกันบ้างทุกคนกับวิธีทำขนมใส่ไส้มะพร้าวอ่อนสูตร ขนม ไทยโบราณอย่างง่าย ไม่ยากอย่างที่คิด ที่สำคัญยังได้ทานขนมสอดไส้สดใหม่ เนื้อนุ่มนิ่ม หวานอร่อยพอดีคำ พร้อมทาน และพร้อมนำออกขายตามตลาดนัดได้เลย

เทคนิค! ห่อ ขนม ใส่ไส้ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก แป้งไม่เละ เนื้อขนมสวยน่าทาน 

ขนม ใส่ไส้

เทคนิคห่อขนม ใส่ไส้มะพร้าวอ่อน สูตรขนม โบราณ แป้งไม่ติดมือสามารถทำได้ โดยขั้นตอนห่อไส้ขนมจะต้องเอานิ้วจุ่มน้ำจะช่วยให้แป้งไม่ติดมือ จากนั้นนำแป้งมาวางบนใบตองที่ตัดเตรียมไว้แล้ว ราดน้ำแป้งกะทิลงไปในปริมาณที่พอดีจะช่วยให้เนื้อแป้งไม่เละเกินไป เมื่อนึ่งสุกแล้วจะได้ขนมที่มีเนื้อสีขาวเด้งดึ๋ง ไส้มะพร้าวกรุบกรอบน่าทาน แต่สำหรับใครอยากให้ขนมมีสีสันชวนทานสามารถนำแป้งผสมกับเนื้อฟักทอง น้ำใบเตย หรือดอกอัญชันจะทำให้เนื้อแป้งมีสีสวย และมีกลิ่นหอมตามวัตถุดิบที่นำมาผสมนั่นเอง

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

สูตร ครองแครง อัญชัน เหนียวหนึบ หอมกลิ่นกะทิสด อร่อยครบรส

ครองแครง อัญชัน

ถ้าพูดถึงขนมที่มีรสชาติอร่อยทานแล้วรู้สึกสดชื่น ต้องนึกถึงขนม ครองแครง อัญชัน ที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าผสมกับแป้งมัน และสีผสมอาหารธรรมชาติจากดอกอัญชันผสมให้เข้ากัน นำมารีดใส่พิมพ์ก็จะได้แป้งขนมไทย โบราณเป็นก้อนเล็กๆ น่ารัก หากนำแป้งไปต้มให้สุกเนื้อแป้งจะใสเหนียวนุ่มน่าทาน ราดกะทิสดยิ่งอร่อยหอมชื่นใจ ดังนั้น ถ้าอยากทานขนมไทยคลายร้อนรสชาติอร่อยๆ กันทั้งครอบครัว ต้องไม่พลาดกับวิธีทำขนมครองแครงกะทิสด สูตรโบราณ รสชาติหวาน มัน เค็ม อร่อยครบทุกรสชาติในเมนูเดียว 

วิธีทำ ขนม ครองแครง อัญชัน สูตรโบราณชาววัง แป้งเหนียวนุ่มหนึบ 

ครองแครง อัญชัน

ขนมหวานแบบไทยๆ เป็นเมนูที่สามารถทำทานได้ง่ายๆ โดยเฉพาะขนมครองแครง อัญชัน สีสันสดใส แป้งเหนียวหนึบ หอมอร่อยถูกใจทานเพลินจนลืมไปว่าต้องลดน้ำหนักเลยทีเดียว สำหรับขนมครองแครง กะทิสด มีวิธีทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก คนที่ไม่เคยทำขนม โบราณมาก่อนก็ทำได้ นอกจากนี้วัตถุดิบต่างๆ มีราคาถูกมากสามารถหาซื้อได้ตามตลาดนัดใกล้บ้านได้เลย 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ครองแครง อัญชัน
  1. แป้งข้าวเจ้า 1 ½ ถ้วยตวง
  2. น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
  3. แป้งมัน 2 ½ ถ้วยตวง
  4. น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
  5. กะทิสดอบควันเทียน 1 ½ ถ้วยตวง
  6. เกลือ 1 ช้อนชา
  7. ดอกอัญชันสด 15-20 ดอก
  8. งาขาวคั่ว 5 ช้อนโต๊ะ

ในส่วนของวัตถุดิบขนม ไทย ทำ ง่ายๆ อย่าง ขนมครองแครงต้องใช้กะทิสดจะช่วยให้ขนมมีกลิ่นหอมละมุน เพิ่มรสชาติมัน เค็มนิดๆ ได้อร่อยลงตัว แถมยังสามารถนำน้ำมะพร้าวมาทำขนมได้ด้วย 

ครองแครง อัญชัน
  1. นำแป้งข้าวเจ้ามาผสมกับแป้งมันให้เข้ากัน จากนั้นทำการแบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน พักไว้ก่อน จากนั้นนำดอกอัญชันมาล้างทำความสะอาด ต้มน้ำให้เดือดใส่ดอกอัญชันจนกว่าจะได้น้ำสีน้ำเงิน กรองเอาแต่น้ำ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เท่าๆ กัน โดยนำส่วนที่หนึ่งผสมน้ำร้อนลงไปอีกเล็กน้อย เพื่อให้สีดอกอัญชันอ่อนลง
  2. นำแป้งมาผสมกับดอกอัญชันนวดแป้งให้เป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นแป้งเป็นก้อนเล็กๆ ประมาณเท่านิ้วก้อย นำไปรีดกับพิมพ์ครองแครง จากนั้นนำมาไปต้มในน้ำเดือด หลังจากนั้นแป้งสุกจะลอยขึ้นมา ตักแป้งไปแช่ในน้ำเย็น เพื่อไม่ให้แป้งเกาะกัน 
  3. ต่อมาจะต้มน้ำกะทิ เริ่มจากใส่กะทิ น้ำตาล และเกลือ ใส่ในหม้อเล็กๆ คนส่วนผสมให้เข้ากัน ตั้งไฟปานกลาง พอน้ำกะทิเดือดแล้วให้ปิดไฟ ยกหม้อออกจากเตา ตักครองแครงใส่ถ้วยขนม ราดด้วยน้ำกะทิ โรยด้วยงาคั่วหอม นำไปเสิร์ฟพร้อมทาน
ครองแครง อัญชัน

ขนม ครองแครงกะทิสดเข้มข้นสูตร ขนม ไทยทำเองนั้นจะมีเนื้อแป้งใสเหนียวหนึบ รสชาติหวานนุ่มนวล หอมกลิ่นกะทิผสมผสานกับกลิ่นงาคั่วเข้ากันอย่างลงตัว และหากนำขนมไปแช่เย็นจะยิ่งทำให้รสชาติหวานอร่อยชื่นใจ แต่อีกหนึ่งความอร่อยที่หลายๆ คนชอบทำคือ นำน้ำแข็งบดใส่ลงในถ้วยขนมจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการทานขนมมากยิ่งขึ้น 

ขอนำเสนอ ครองแครงอัญชัน สูตรมะพร้าวอ่อน เนื้อกรุบกรอบ 

ครองแครง อัญชัน

อีกหนึ่งสูตรขนมครองแครง อัญชันที่อยากให้ทำทานกันอย่าง ครองแครงอัญชัน สูตรมะพร้าวอ่อน รสชาติอร่อย อัดแน่นด้วยเนื้อมะพร้าวกรุบกรอบ ส่วนขั้นตอนการทำขนม ไทย ง่ายๆ โดยนำวัตถุดิบที่เป็นแป้งจากสูตรครองแครงอัญชันโบราณมาผสมรวมกัน นำมาต้มให้สุกจะได้ครองแครงเหนียวหนึบหนับ จากนั้นต้มน้ำกะทิ ใส่น้ำตาล เกลือเล็กน้อย และเนื้อมะพร้าวอ่อนขูดเป็นชิ้นๆ คนให้เข้ากัน รอให้น้ำกะทิเดือดแล้วนำมาพักไว้ให้เย็น นำไปราดในถ้วยขนมครองแครง โรยด้วยงาคั่ว เสร็จแล้วเอาขนมเข้าแช่ในตู้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยเย็นฉ่ำๆ ทานแล้วช่วยดับร้อนได้ดีมาก หากใครชอบขนมไทย ทำเองสามารถลองทำสูตรขนมครองแครงมะพร้าวอ่อนได้ รับรองไม่ผิดหวัง 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เบเกอรี่

ชวนมาทำ ครัว ซองต์ ขนมรูปพระจันทร์เสี้ยวสุดฮิต แป้งกรอบ นุ่มฟู

ครัว ซองต์

ครัว ซองต์ ขนมปังยอดฮิตสุดคลาสสิกกลิ่นหอมละมุน เนื้อขนมปังกรอบนุ่มผสมผสานกับรสชาติมันเค็มได้อย่างพอดี และหากทานคู่กับซ็อกโกแลต น้ำผึ้ง หรือไซรัปยิ่งอร่อยทานเพลินทานได้ตลอดทุกวันไม่เคยเบื่อ ปัจจุบันขนมครัวซ็องสามารถหาทานได้ตามร้านเบเกอรี่ หรือร้านคาเฟ่ได้ทั่วไป แต่หากอยากทำทานเองก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่มีเตาอบที่บ้านก็สามารถทำได้สบายมาก 

วิธีทำ ครัว ซองต์ สูตรดั้งเดิม แป้งกรอบนอกนุ่มใน รสชาติอร่อย 

ครัว ซองต์

วันนี้ใครที่กำลังหาเมนูขนมปังรสชาติอร่อยๆ ทำที่บ้านในช่วงเวลาว่างๆ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำเมนูอะไรดี ขอแนะนำ ครัว ซอง ขนมที่หลายคนนิยมทำทานกันมากที่สุด เพราะรสชาติอร่อยกลมกล่อม ที่สำคัญวิธีทำขนมครัวซองค์หรือ Croissant ก็ทำง่ายมากนะ และอร่อยเหมือนซื้อทานตามร้านคาเฟ่เลยทีเดียว

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ครัว ซองต์
  1. แป้งขนมปัง 400 กรัม
  2. แป้งอเนกประสงค์ 80 กรัม
  3. น้ำเย็น 250 มิลลิตร
  4. น้ำตาลทราย 30 กรัม
  5. ยีสต์ 7 กรัม 
  6. เกลือ 5 กรัม
  7. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  8. เนยสดรสจืด 230 กรัม

ในส่วนวัตถุดิบของครัวซองค์เมนูเบเกอรี่ยอดนิยมที่กล่าวมานั้นเป็นสูตรดั้งเดิมยอดฮิต รสชาติกลมกล่อม หวานเล็กน้อย หลังจากที่เตรียมส่วนผสมทุกอย่างไว้ครบแล้วเราก็มาลงมือทำกันได้เลย

ครัว ซองต์
  1. ขั้นตอนแรกนำแป้งขนมปัง แป้งอเนกประสงค์ เกลือ น้ำตาลทราย และยีสต์ ใส่ลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่ไข่ไก่ นม คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด ใส่เนยลงไป ใช้มือนวดแป้งอีกครั้ง ปั้นแป้งเป็นก่อนกลม ใช้พลาสติกคลุมภาชนะ นำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง 
  2. ต่อมาให้นำแป้งที่แช่ไว้ก่อนหน้านี้ออกมารีดให้เป็นแผ่นยาวๆ แล้วพับปลาทั้งสองข้างทบกันให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เสร็จแล้วใช้พลาสติกห่อเข้าตู้เย็นอีกครั้ง
  3. นำแป้งออกมารีดให้เป็นแผ่นยาวๆ ใช้มีดตัดแป้งให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากนั้นตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม นำแผ่นแป้งมาม้วนให้เข้าหากัน จะได้แป้งรูปครัวซองต์ เสร็จแล้วใช้แป้งคลุมไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จะทำให้แป้งเช็ตตัวมากขึ้น 
  4. ในระหว่างที่รอแป้งเซ็ตตัวให้วอร์มเตาอบไว้ โดยตั้งอุณหภูมิความร้อนไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 5 นาที หลังจากที่แป้งครบ 1 ชั่วโมง ให้นำมาวางใส่ถาดขนม ทาด้วยไข่แดง นำเข้าเตาอบประมาณ 15 นาที เสร็จแล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็น เสร็จเรียบร้อย
ครัว ซองต์

ก่อนนำแป้งครัวซองต์ไปอบสามารถโรยอัลมอนด์สไลด์ เพื่อเพิ่มความอร่อยได้ตามใจชอบ หลังอบเสร็จแล้วจะได้ขนมปังครัวซองค์อัลมอนด์ขนมเบเกอรี่โฮมเมดหอมกรุ่นๆ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง พร้อมทานได้เลย เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กับขั้นตอนการทำเมนูเบเกอรี่ง่าย ๆ อย่างครัวซองต์ แป้งกรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อมแบบสูตรดั้งเดิม 

แจกสูตรครัวซองต์ซ็อกโกแลตเข้มข้น หอมอร่อย ช็อกโกแลตฉ่ำๆ กำลังดี 

ครัว ซองต์

สำหรับใครที่ชอบทาน ครัวซองต์ ซ็อกโกแลต เราจะมาสอนทำครัวซองสูตรช็อกโกแลตเยิ้มๆ โดยเริ่มแรกนำแป้งที่เราเตรียมไว้จากสูตรดั้งเดิมมาห่อด้วยก้อนซ็อกโกแลต ม้วนแป้งเข้าหากัน ทาด้วยไข่แดง พร้อมนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที เสร็จแล้วจะได้ขนมปังครัวซองค์เมนูเบเกอรี่ทำเองที่มีกลิ่นหอมอบอวล ที่มาพร้อมกับซ็อกโกแลตวาลาไส้ทะลักเยิ้มๆ หากได้ทานคู่กับน้ำชาเขียวยิ่งส่งความอร่อยมากขึ้นหลายเท่า หรือจะนำมาทานคู่กับผลไม้อย่าง สตรอเบอร์รี่จะได้รสชาติ หวานอมเปรี้ยวอร่อยแปลกใหม่ลงตัวฟินๆ ทุกคำ 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

แบ่งปันสูตร ขนม เทียน แก้ว ขนมไทย แป้งเหนียวหนึบหนับ อร่อยครบรส

ขนม เทียน แก้ว

ขนม เทียน แก้ว มีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมที่มีส่วนผสมของแป้งข้าวเจ้า และแป้งเท้ายายม่อมผสมคลุกเค้ากับน้ำตาล สอดไส้ขนมแสนอร่อยห่อด้วยใบตองสีเขียวธรรมชาติสวยงาม สำหรับไส้ขนมเทียน แก้วมีไส้หวาน และไส้เค็มทำมาจากถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกนึ่งที่มีรสชาติหวาน มัน เค็ม และหอมอร่อยจัดจ้านผสมผสานกับเนื้อแป้งเหนียวนุ่มเคี้ยวเพลินเลยทีเดียว สำหรับใครที่ชอบทานขนมโบราณเป็นประจำ ขอแนะนำขนมเทียนแก้วรับรองว่าอร่อยติดใจแน่นอน

ชีวิตติดครัวทำ ขนม เทียน แก้ว สูตรแป้งเหนียวใส สอดไส้ถั่วทองรสกลมกล่อม 

ขนม เทียน แก้ว

ขนมมงคลไหว้เจ้าในเทศกาลต่างๆ ที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ขนม เทียนแก้ว กลิ่นหอม เนื้อแป้งเหนียวใส ยัดไส้ต่างๆ ที่มีรสชาติที่แตกต่างกันไม่จำเจ ไม่ว่าจะเป็นสูตรขนม เทียน ไส้ หวาน หรือไส้เค็มหอมกลิ่นพริกไทยป่นอร่อยนัวร์สุดๆ สำหรับแป้งขนมที่ลักษณะเป็นเนื้อใสนั้นเกิดจากการนำแป้งถั่วเขียวมาเป็นส่วนผสมของขนมเทียนแก้ว ทำให้ขนมน่าทานมากยิ่งขึ้น และวันนี้เราจะมาแชร์สูตร ขนม เทียนแป้งนุ่มเนื้อเนียนใส ไส้ทะลัก กลิ่นหอมชวนทาน และวิธีทำขนมก็ไม่ยากอีกด้วยนะ

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

  1. แป้งถั่วเขียว 1 ½ ถ้วยตวง
  2. กะทิ 2 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
  4. ถั่วซีกเลาะเปลือก ½ ถ้วยตวง
  5. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  6. น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
  7. พริกไทย 1 ช้อนชา

หลังจากที่ได้ส่วนผสม และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมของขนมเทียนสูตรไส้เค็มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในลำดับต่อมาเราจะเข้าสู่กระบวนการวิธีทำขนม เทียน ไส้ เค็ม รสชาติหอมอร่อยกลมกล่อมกันเลย

ขนม เทียน แก้ว
  1. ขั้นตอนแรกให้นำถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกมานึ่งให้สุก จากนั้นใส่กะทิ และน้ำตาล นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียด เทส่วนผสมทั้งหมดใส่ในกระทะ เปิดไฟอ่อนๆ ทำการปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทย กวนส่วนผสมทั้งให้จับตัวเป็นสามารถปั้นได้ พักไว้ก่อน 
  2. ต่อมาจะเป็นการเตรียมแป้งด้วยการนำแป้งถั่วเขียว น้ำตาลทราย และน้ำเปล่า ผสมลงไปในกระทะ ทำการกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เปิดไฟอ่อนๆ กวนจนแป้งจะใสสุกดี พักไว้ก่อน
  3. นำใบตองมาพับเป็นกรวย ใส่แป้งที่สุกแล้วลงไป ตามด้วยใส้เค็มที่ปั้นเป็นก้อนๆ เรียบร้อยแล้ว และใส่แป้งถั่วเขียวอีกครั้ง จากนั้นพับใบตองปิดให้เป็นรูปสามเหลี่ยม เสร็จแล้วนำไปนึ่งเป็นเวลา 30 นาที ยกออกจากเตาให้เย็นเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ขนม เทียน แก้ว

ขนมเทียนแก้ว เป็นอีกหนึ่งขนมไทยโบราณมงคลที่ได้รับความนิยมทั้งคนไทย และคนไทยเชื้อสายจีน โดยจะนิยมนำขนมไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีน ดังนั้นใครที่กำลังหาขนมไหว้เจ้า แนะนำให้ทำขนมเทียนแก้วสูตรไส้ ขนม เทียนรสเค็มที่มีรสชาติเค็มมันอร่อยนัวร์กำลังดี หรือจะทำเป็นของหวานทานเล่นในครอบครัวก็ได้เช่น ที่สำคัญสูตรขนมที่เรานำมาแชร์สามารถทำขายส่งตามร้านขนมไทยได้กำไรงามรายได้ปังอีกด้วย

สอนทำ ขนมเทียน แก้ว สูตรไร้ใบตอง ทำง่าย ทรงสวยน่าทาน

ขนม เทียน แก้ว

หลังจากที่ทำขนมเทียนแก้ว เนื้อแป้งเนียนใส รสไส้เค็มห่อด้วยใบตองสวยงามอย่างไทยไปเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาเราจะมาดูวิธี ทำ ขนมเทียน แก้ว ไร้ใบตอง สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีใบตองสามารถทำตามเราได้ เพียงทำตามสูตรขนมเทียนไส้เค็ม โดยผสมแป้งถั่วเขียวกับส่วนผสมต่างๆ ที่เตรียมไว้ จากนั้นเตรียมพิมพ์ขนมด้วยการทาน้ำมันบางๆ ใส่ไส้ขนมลงไป ตามด้วยน้ำแป้ง นำไปนึ่งด้วยไฟปานกลาง รอประมาณ 5 นาที ทำการแกะขนมออกจากพิมพ์จะได้ขนมที่มีรูปทรงสวยงามน่าทานเป็นอย่างมาก

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ยกระดับความอร่อย ข้าวตู สูตรมะพร้าวอ่อน กลิ่นหอมอบอวลเย้ายวนใจ

ข้าวตู

ข้าวตู ขนมหวานที่คนไทยในยุคนี้ไม่ค่อยคุ้นชิน หรือเคยเห็นผ่านตามากนัก เพราะขนมชนิดนี้เป็นขนม ไทยที่เกิดจากภูมิปัญหาชาวบ้านได้นำข้าวสวยมาตากแห้งทำเป็นขนมทานกันในครอบครัว ซึ่งรสชาติขนมจะมีความหวานนุ่มลิ้น ที่มาพร้อมกับความหอมของกลิ่นเทียนหอม และกลิ่นมะพร้าวอ่อนๆ ที่ยั่วยวนใจชวนทานที่สุด อีกทั้งรูปร่างของขนมยังหน้าตาน่าทานอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามขนมหวานข้าว ตู เป็นขนมที่หาทานยากในปัจจุบัน ดังนั้นเราจะพาทุกคนมาเรียนรู้วิธีทำขนม ข้าวตู เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนมหวานไทยๆ ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักมากขึ้น

ขั้นตอนการทำขนม ข้าวตู สูตรมะพร้าวอ่อน เนื้อนุ่มนิ่ม กรุบกรอบ 

ข้าวตู

สำหรับใครที่ไม่รู้จักขนมข้าวตู ขนมภูมิปัญญาชาวบ้านที่หาทานยาก วันนี้เราจะมาทำความรู้จักขนมข้าวตู โบราณ และวิธีทำขนมข้าวตูอย่างง่าย เพียงแค่มีข้าวสวยก็สามารถทำได้แล้ว อีกทั้งขนมชนิดนี้สามารถทำให้คนในครอบครัวทานได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่อีกด้วย หรือจะทำเป็นขนมที่ใช้จัดงานงานเลี้ยงต่างๆ ได้เช่นกัน เพราะขนมข้าวตู เป็นสูตร ขนม ไทยมีความอร่อยเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และสวยงามเหมาะสำหรับนำมาทำขนมในงานต่างๆ สุดๆ 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม 

ข้าวตู
  1. ข้าวสาร 350 กรัม
  2. มะพร้าวอ่อน 1 ลูก
  3. น้ำตาลปิ๊บ 350 กรัม
  4. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  5. น้ำเปล่า 1 ½ ถ้วยตวง
  6. เทียนหอม 1 อัน

ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำขนมข้าวตู มะพร้าว อ่อนจะต้องมาเตรียมมะพร้าวก่อน โดยนำมะพร้าวอ่อนมาผ่าครึ่ง เสร็จแล้วขูดเอาเนื้อมะพร้าวใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นมาลงมือทำขนมข้าวตูขนมไทย ทำเองอย่างง่ายๆ ดังนี้

ข้าวตู
  1. มาเริ่มกันที่นำข้าวสารมาล้างทำความวะอาดด้วยน้ำประมาณ 2-3 รอบ จากนั้นเทน้ำออกให้สะเด็ดน้ำ เทข้าวสารใส่ลงไปในกระทะที่เตรียมไว้ เปิดไฟอ่อนๆ ใช้ตะหลิว หรือไม้พายคั่วข้าวสารไปเรื่อยๆ จนกว่า ข้าวจะแห้ง และมีสีเหลืองทอง เสร็จแล้วนำมาพักไว้ให้เย็น แล้วนำไปปั่นในเครื่องบดอาหาร ให้ข้าวสารละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. ต่อมาจะเตรียมเคี้ยวน้ำตาล โดยการนำไปตั้งเตา เปิดไฟปานกลาง ใส่น่ำเปล่า น้ำตาลปิ๊บ ทำการกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้วให้ใส่มะพร้าวขูด และเกลือลงไปกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนกว่าน้ำตาลงวด และแห้งลง
  3. หลังจากน้ำตาลแห้งลงแล้วให้ปิดไฟ ยกกระทะออกจากเตา นำข้าวสวยที่บดละเอียดลงไปกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เสร็จแล้วพักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที นำมาตักใส่พิมพ์ให้เป็นรูปทรง บีบอัดให้สวยงาม ใส่ข้าวตูลงในภาชนะที่เตรียมไว้ใส่เที่ยนอบขนมลงไป ปิดฝา อบทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เสร็จเรียบร้อย
ข้าวตู

หลังจากที่อบขนมด้วยเทียนอบขนมเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นสามารถนำมาจัดใส่จานให้สวยงามพร้อมทานคู่กับน้ำชา หรือกาแฟหอมกรุ่นได้ตามใจชอบ โดยรสชาติข้าวตู คือ ขนมที่มีความหวานเล็กน้อย และมีเนื้อสัมผัสที่นิ่มกรุบกรอบอร่อยเหมือนสูตรดั้งเดิม 

รวบรวมเทคนิคทำข้าวตู เนื้อเนียนนุ่มกรุบกรอบ ตามฉบับทำเอง 

ข้าวตู

ขนมข้าวตูตามสูตรดั้งเดิมนั้นเนื้อขนมจะเนียนนุ่ม และมีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบของมะพร้าวอ่อน ดังนั้นเทคนิคลับตามวิธี ทํา ข้าวตูโบราณให้อร่อยนั้นจะขึ้นอยู่กับการเลือกมะพร้าวที่มีเนื้ออ่อนกำลังดี ซึ่งวิธีเลือกมะพร้าวอ่อนง่ายๆ โดยจะต้องดูขั้วของมะพร้าวจะมีสีขาว และเขย่าเหมือนมีน้ำเต็มลูก แสดงว่า มะพร้าวลูกนั้นมีเนื้อมะพร้าวที่อ่อนนิ่มกำลังดี เพียงแค่นี้ก็จะได้เนื้อมะพร้าวอ่อนที่สามารถนำมาทำขนมแสนอร่อยได้แล้ว 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ขนมอร่อยเด็ดบอกต่อ ถั่วกวน เนื้อเนียน สีสวย หอมกลิ่นกะทิสด

ถั่วกวน

สำหรับคนที่ชอบทานเมนูขนมประเภทถั่วจะต้องรู้จัก ถั่วกวน ขนมก้อนกลมสีเหลืองสดใสอย่างแน่นอน เพราะขนมถั่วทอง หรือถั่วกวน เป็นขนมที่มีส่วนผสมของถั่วเขียวเลาะเปลือกที่มีเนื้อนุ่มกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน และมีกลิ่นถั่วหอมอ่อนๆ อีกทั้งหากนำหัวกะทิเข้มข้นแตกมันมาผสมด้วยแล้วยิ่งทำให้เนื้อขนมอร่อยสุดๆ ไปเลย นอกจากนี้ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกยังมีประโยชย์ต่อร่างกายอีกด้วย ที่สำคัญขนม ถั่ว กวนยังเป็นขนมที่สามารถทำทานด้วยตัวเอง โดยวิธีทำขนมนั้นถือว่าทำง่ายมากๆ ใครๆ ก็ทำได้ ทำอร่อยเหมือนซื้อจากร้านขนมเจ้าดังเลยทีเดียว 

แจกวิธีทำขนม ถั่วกวน อย่างง่าย ขนมหวานชาววัง เนื้อนุ่ม ก้อนกลม 

ถั่วกวน

กลับเข้าครัวไทยอีกครั้ง และครั้งนี้จะชวนทุกคนมาทำขนมถั่วกวน หนึ่งในขนมไทย โบราณที่หาทานได้ค่อนข้างยาก แต่ก็ยังมีขายอยู่เป็นบางพื้นที่ตามสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือตามตลาดน้ำแถวภาคกลาง โดยขนมถั่วทองมีขั้นตอนการทำที่ง่ายๆ ไม่มีความซับซ้อนเหมือนขนมไทยชนิดอื่นๆ ที่สำคัญส่วนผสมมีเพียงเล็กน้อย และวัถตุดิบสามารถหาซื้อได้ง่ายตามตลาดนัดแถวบ้าน และยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องใช้เตาอบอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นขนมที่หลายคนอยากทำทานเอง และอยากทำขายเป็นอย่างมาก 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ถั่วกวน
  1. ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือก 1 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  3. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  4. มะพร้าวขูด 100 กรัม
  5. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  6. เที่ยนอบขนม 1 อัน

สำหรับมะพร้าวขูดที่เป็นผสมของขนมถั่วทองหากใครอยากใส่มากกว่านี้สามารถใส่เพิ่มได้เลย และวัตถุดิบที่เป็นถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกสามารถใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ในสภาพดีสามารถใช้ทำขนมได้ ต่อมาจะเป็นการทำขนมถั่วทองขนมไทย ทำเอง ดังนี้

ถั่วกวน
  1. ในลำดับแรกเราจะนำถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกมาล้างน้ำทำความสะอาดประมาณ 3-4 ครั้ง หรือล้างจนกว่าน้ำจะใส จากนั้นนำมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง
  2. จากนั้นนำหม้อนึ่งมาตั้งเตาใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นนำผ้าขาวบางมารองถาดขนมใส่ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือก นำไปนึ่งให้สุกประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็น จากนั้นนำถั่วเขียวนึ่งสุกมาใส่ในเครื่องปั่น จากนั้นปั่นให้ละเอียด นำมาเทใส่หม้อที่เตรียมไว้ ใส่หัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ มะพร้าวขูดที่หั่นเป็นเส้นเล็กๆ เสร็จแล้วนำไปตั้งเตาเปิดไฟปานกลาง ใช้ไม้พายกวนส่วนผสมให้เข้ากันอย่างต่อเนื่องประมาณ 6 ชั่วโมง จนกว่าจะได้ขนมเนื้อละเอียด 
  3. หลังจากที่ครบเวลาแล้ว ให้ปิดไฟ แล้วนำเทียนอบขนมมาจุดใส่ในหม้อขนมให้มีกลิ่นหอมเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ตักขนมใส่ถาดเกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นตักขนมใส่ถาดทำการเกลี่ยให้ทั่ว ใช้พิมพ์ขนมที่เตรียมไว้กดลงไป จัดใส่จาน โรนหน้าด้วยมะพร้าวขูดเป็นฝอยให้สวยงาม
ถั่วกวน

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับสูตร ถั่ว กวน และวิธี ทำ ถั่ว กวนอย่างง่ายๆ เนื้อนุ่มนิ่ม รสชาติหวานกลมกล่อม หอมกลิ่นกะทิผสมผสานกับกลิ่นเทียนหอมอบอวลชวนหลงใหล ที่มาพร้อมกับรูปทรงกลมสวยงามยั่วยวนใจเป็นอย่างมาก หากใครสนใจขนมถั่วทอง ถั่วกวนสามารถทำตามสูตร ขนม ไทยถั่วทองทำเองตามที่เราแนะนำได้เลยอร่อยชัวร์ 

เผยสูตรลับทำขนม ถั่วกวน ทานเองให้อร่อย เนื้อนุ่มเนียนละเอียด 

ถั่วกวน

ถั่ว กวน เป็นขนมที่มีรสชาติหวานนุ่มนวล และกลิ่นหอมละมุนละไมอร่อยเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นใครที่ทำขนมถั่ว กวน โบราณทานเอง เรามีเคล็ดลับทำขนมให้อร่อยจะต้องล้างถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกประมาณ 3-4 รอบ เพื่อไม่ให้ถั่วมีกลิ่นเหม็นหืนนั่นเอง และในขั้นตอนการกวนถั่วทองจะต้องใช้ไฟอ่อนๆ และกวนอย่างต่อเนื่องจะทำให้เนื้อถั่วเนียนละเอียดมีกลิ่นหอม และอีกหนึ่งเคล็ดลับความอร่อยจะต้องใช้เทียนอบขนมไว้ประมาณ 30 นาที จะทำให้ขนมหอมอบอวลเพิ่มมากขึ้น

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

มือใหม่หัดทำ ขนม สาลี่ สูตรโฮมเมด เนื้อแน่นฟู หวานนุ่มนวล ชวนทาน

ขนม สาลี่

ขนม สาลี่ เป็นขนมที่มีหลากหลายสูตรไม่ว่าจะเป็น สูตรใบเตย กาแฟ มะลิ ลิ้นจี่ ส้ม และกลิ่นนมสด เป็นต้น โดยขนม สาลีแต่ละสูตรจะมีกลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันไป จึงทำให้ขนมมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะเนื้อเค้กจะมีความเนียนละเอียดนุ่มเด้งชวนทานเป็นอย่างมาก ที่สำคัญขนมสาลียังเป็นขนมมงมลที่คนสุพรรณบุรีนิยมทำขนมสำหรับไหว้เจ้าในวันตรุษจีน สารทจีนอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่อยากเดินทางไปซื้อขนมทานถึงสุพรรณเรามีสูตรขนมสาลีโฮมเมดทำทานเองได้ที่บ้านง่ายๆ ไปดูกันเลย

วิธีทำขนมพื้นบ้าน ขนม สาลี่ สูตรขนมไทยแป้งนิ่มเด้ง ฉบับโฮมเมด

ขนม สาลี่

สำหรับใครที่ชอบทานขนมช่วงบ่ายๆ ต้องไม่พลาดกับขนม สาลี่ ขนมพื้นบ้านของฝากจากสุพรรณบุรีที่มีเนื้อนุ่มละมุนละลายในปาก ผสมผสานกับความหอมอร่อยเย้ายวนใจชวนทานจนต้องอยากลองทำทานเองสักครั้ง และแน่นอนว่าวิธี ทำ ขนม สาลี่ทำไม่ยาก และไม่ซับช้อนเหมือนกับเบเกอรี่ทั่วไปอีกด้วย ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะมาทำขนมสาลีสไตล์โฮมเมดอย่างง่ายดังนี้ 

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ขนม สาลี่
  1. น้ำตาลทรายขาว 1 ½ ถ้วยตวง
  2. ไข่ไก่ 5 ฟอง
  3. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
  4. ใบเตย 7 ใบ
  5. แป้งเค้ก 1 ½ ถ้วยตวง
  6. น้ำลอยมะลิ 2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือป่น ½ ช้อนชา
  8. กลิ่นมะลิ ¾ ช้อนชา

สำหรับสูตร ขนม สาลี่เป็นสูตรใบเตยสีเขียวธรรมชาติ หอม หวานยวนใจ โดยก่อนอื่นมาเตรียมน้ำใบเตยกันก่อน เริ่มจากนำใบเตยมาล้างทำความสะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียดกรองเอาแต่น้ำเตรียมไว้ก่อนนำมาขนมสาลี่

ขนม สาลี่
  1. ขั้นตอนแรกนำไข่ไก่ตอกใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ทำการตีไข่ด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าด้วยความเร็วสูงประมาณ 15 นาที จนไข่ฟู จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปที่ละนิด ตีต่อไปเพื่อให้น้ำตาลละลายหมด เมื่อไข่มีสีเหลืองนวลให้ใส่น้ำใบเตย และเกลือป่นลงไป ตีส่วนผสมทั้งหมดทั้งหมดให้เข้ากัน ใส่แป้งลงไปสลับกับน้ำลอยดอกมะลิ เสร็จแล้วตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง 
  2. นำแป้งที่ผสมเสร็จแล้วนำมาเทลงบนถาดที่วางด้วยกระดาษไข ใช้พายยางเกลี่ยแป้งให้หน้าเสมอกัน นำหม้อนึ่งมาตั้งเตาเตาใส่น้ำเปล่าลงไป ใช้ไฟแรง จากนั้นนำลังวางบนหม้อนึ่งตามด้วยถาดอบขนม ปิดฝา นึ่งเป็นเวลา 10-15 นาที จากนั้นไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มลงไปแล้วดึงออกมาหากเนื้อขนมไม่ติดไม้แสดงว่าขนมสุกดีแล้ว ปิดเตา แล้วยกถาดออกมาใช้มีดตัดเป็นชิ้นเล็ก จัดวางใส่จานเสร็จเรียบร้อย
ขนม สาลี่

ในส่วนของวิธีทำขนมสาลีก็จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขนมที่ได้จะมีเนื้อแป้งสีเขียวเนื้อนุ่มเด้ง กลิ่มหอม และรสชาติหวานละมุน หากได้ลองชิมสักชิ้นรับรองว่าจะต้องติดอกติดใจอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามขนมชนิดนี้ยังมีหลายคนสงสัยว่าขนมถ้วย ฟู ปุยฝ้าย สาลี่ ต่างกันอย่างไร ซึ่งขนมถ้วยฟูเนื้อจะแตกฟูเล็กน้อย ส่วนขนมปุยฝ้ายหน้าขนมจะแตกเป็นแฉกชัดเจน และขนมสาลี่เป็นก้อนสี่เหลี่ยมนั่นเอง 

แนะนำสูตรขนม สาลี่ ขนมหวานไทย แป้งกรอบนอก นุ่มใน 

ขนม สาลี่

ขนมสาลี่ นอกจากจะเป็นขนมทานเล่นๆ แล้วยังเป็นขนมที่สามารถนำมาเป็นขนมงานวันเกิดก็ได้เช่นกัน และสำหรับใครอยากลองทำขนม สาลี่ ไหว้เจ้า หรือทำทานเอง สูตรเนื้อแป้งกรอบนอกนุ่มในสามารถทำเองได้ โดยใช้สูตรขนมสาลี่ใบเตยนึ่งที่ทำไปก่อนหน้านี้ แต่จะเปลี่ยนจากวิธีนึ่งมาเป็นวิธีอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 40 นาที นำออกจากเตาจะได้ขนมเนื้อแป้งกรอบนุ่มพร้อมจัดใส่จานเสิร์ฟคู่กับกาแฟเพื่อความอร่อยที่ลงตัว 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

ย้อนรอยวันวาน ขนม ผิง สูตรดั้งเดิม หวานกรุบกรอบ ก้อนกลมสุดคิวท์

ขนม ผิง

ในสมัยก่อนขนมหวานไทยถือว่าเป็นที่นิยมของเหล่าขุนนางในวัง และชาวบ้านทั่วไปมักจะเตรียมขนมหวานเป็นสำรับคู่กับอาหารคาว เพราะหลังจากที่ทานอาหารคาวไปแล้วจะตบท้ายด้วยของหวานเพื่อดับความคาวในปากเสมอ และเมนูขนมหวานที่นิยมทานก็คือ ขนม ผิง มีกลิ่นหอมของเทียนหอม เนื้อแป้งแห้งกรุบกรอบที่มาพร้อมกับรูปทรงกลมๆ สุดน่ารักสามารถทานเล่นได้ทั้งวัน ที่สำคัญเด็กๆ จะชอบทานขนม ผิง โบราณมากๆ เพราะเป็นขนมทานได้อย่างเพลิดเพลิน และสามารถทานได้เยอะอีกด้วย

รวมขั้นตอนการทำ ขนม ผิง สูตรชาววัง ทำง่าย รสชาติอร่อยครบรส 

ขนม ผิง

วันนี้จะชวนชาวขนมหวานมาลองทำ ขนมผิง แป้งกรอบ ก้อนกลมทานเองที่บ้านง่ายๆ ซึ่งสูตร ขนม ผิงชาววัง รสดั้งเดิมหวานอร่อย มันกำลังดีทานแล้วได้ความฟินอร่อยทุกคำ นอกจากนี้วิธีทำขนมก็ง่ายมากๆ แถมยังทำได้ในปริมาณเยอะๆ และสามารถเก็บไว้ทานได้เป็นเดือนเลยทีเดียว อีกทั้งสูตรขนมที่เรามาแจกนั้นสามารถทำขายได้ด้วย ดังนั้นใครที่สนใจสามารถทำตามเราได้เลย

วัตถุดิบ และส่วนผสมที่ต้องเตรียม

ขนม ผิง
  1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  2. หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  4. กลิ่นนมแมว 1 ช้อนโต๊ะ
  5. แป้งมัน 2 ถ้วยตวง

ในส่วนของส่วนผสมแต่งกลิ่นขนมผิงตามสูตร ขนม ไทยจะใช้กลิ่นนมแมว แต่ถ้าไม่สามารถหากลิ่นนมแมวได้สามารถใช้กลิ่นวานิลลาแทนได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าวัตถุดิบที่ใช้ทำขนมนั้นมีเพียงนิดเดียวสามารถหาซื้อได้ตามตลาด หรือร้านค้าอุปกรณ์ทำขนมไทย โบราณทั่วไป 

ขนม ผิง
  1. นำหัวกะทิ น้ำตาลทราย มาเทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน นำหม้อมาตั้งเตา และทำการเปิดไฟวอร์มหม้อให้ร้อน หลังจากนั้นลดไฟลงปานกลางถึงค่อนข้างอ่อน หลังจากนั้นส่วนผสมของกะทิที่เตรียมไว้ลงไป ทำการคนเรื่อยๆ จนกว่าน้ำกะทิจะข้นหนืด เสร็จแล้วยกหม้อออกจากเตา พักไว้ให้เย็น
  2. นำแป้งมาร่อนผ่านกระชอน เพื่อเอาก้อนแป้งเล็กๆ ออกจะเนื้อแป้งที่เนียนละเอียด พักไว้ก่อน นำกลิ่นนมแมว น้ำกะทิ มาเทรวมกัน คนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลายเข้ากัน ใส่ไข่ไก่ลงไป ทำการตีส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นเทน้ำกะทิคนให้ละลาย ใส่แป้งมันลงไป แล้วใช้มือนวดแป้งจนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะเข้ากันดี 
  3. เตรียมถาเอบแล้วทาน้ำมันมะพร้าวให้ทั่ว นำแป้งมาปั้นเป็นก่อนกลมๆ เล็กๆ วางเรียงกันบนถาด ซึ่งจะต้องวางแป้งให้มีช่องว่างเท่าๆ กัน นำถาดขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เปิดไฟบน-ล่าง ใช้เวลา 10 -15 นาที เสร็จแล้วนำออกมาพักไว้ให้เย็น
ขนม ผิง

สำหรับขนมผิงที่เย็นตัวลงแล้วสามารถนำมาบรรจุใส่กล่องพลาสติก หรือขวดโหลขนาดเล็กที่มีฝาปิดสนิทสามารถเก็บไว้ได้เป็นเดือน โดยที่ขนมไม่เปลี่ยนแปลงสภาพ แถมรสชาติหวาน กรอบ อร่อยเหมือนเพิ่งออกจากเตาเลยทีเดียว สำหรับคนไหนอยากทำขนม ไทยทานเองสามารถทำตามวิธี ทำ ขนม ผิง สูตรชาววังที่เรานำมาแนะนำแล้วจะไม่ผิดหวัง

เคล็ดลับสุดปังทำ ขนมผิง กรอบ หอม หวาน อร่อยตามสูตรชาววัง 

ขนม ผิง

ขนมผิง เป็นขนมที่สามารถนำมาทานเป็นของทานเล่นได้ตลอดเวลา และยังทานได้อย่างอร่อยเพลิดเพลินใจ ที่สำคัญสามารถพกพาได้สะดวกอีกด้วย นอกจากนี้ขนมผิงยังเป็นขนมไทย ทำเองง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากสามารถทำทานได้ทั้งครอบครัว ซึ่งขนม ผิง ทำ จากแป้งมันผสมกับน้ำกะทิจึงทำให้ขนมรสมันหอมกลมกล่อม โดยเคล็ดลับการทำขนมผิงให้อร่อยนั้นไม่ยาก เพียงแค่ในขั้นตอนผสมหัวกะทิกับน้ำตาลนำไปตั้งเตาจะต้องทำการคนให้สม่ำเสมอจนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะเป็นเนื้อเดียวกันให้พอหนืดสามารถสังเกตได้โดยการใช้ช้อนตักน้ำขึ้นมาถ้าหยดเป็นสายแสดงว่าใช้ได้แล้ว เมื่อทำขนมเสร็จแล้วขนมจะมีรสหวานนุ่มลิ้น และกรอบอร่อย

อ่านบทความอื่นๆ: