Categories
เบเกอรี่

เมนูขนมไม่ง้อเตาอบ ขนม เค้กกล้วยหอมนึ่ง เนื้อแน่น สีสวย น่าทาน

เค้กกล้วยหอมนึ่ง

เมนูขนมหวานที่คนไทยชอบซื้อทานเป็นของว่างรองท้องบ่อยที่สุด และสามารถทานได้ทั้งครอบครัว คงต้องยกให้ ขนม เค้กกล้วยหอมนึ่ง ขนาดพอดีคำ ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ รสชาติอร่อยทานได้แบบไม่มีเบื่อ ทานทุกวันก็ยังได้ แถมขนมเค้กกล้วยหอมแบบนึ่ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งขนมหวานที่สามารถหาซื้อทานได้ง่ายๆ ในราคาสุดน่ารัก หรือจะทำทานเองก็ยังได้ใช้เวลาไม่นาน ที่สำคัญขั้นตอนการทำก็ไม่ซับซ้อนเกินไป เรียกได้ว่า ขนมเค้กกล้วยหอม สูตรนึ่ง จะซื้อทานหรือทำเองก็ได้ รสชาติอร่อยเหมือนกัน 

วิธีทำ ขนม เค้กกล้วยหอมนึ่ง แป้งเด้ง สูตรโฮมเมด ฉบับแม่บ้านมือใหม่ 

เค้กกล้วยหอมนึ่ง

ใครชอบทานขนมเค้กมาทางนี้ เราจะพามาทำอีกหนึ่งเมนูที่ทำง่ายมาก อย่าง เค้กกล้วยหอม นึ่ง ขนมหวานเบเกอรี่ไม่ใช้เตาอบ และไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย เพียงใช้ที่มีอยู่ในครัวก็เพียงพอแล้ว ในส่วนของสูตร และขั้นตอนการทำก็ง่ายๆ คนมือใหม่อยากทำขนมทานเองครั้งแรกก็ทำได้แน่นอน แถมยังสามารทำขนมได้ในปริมาณที่ต้องการแบบอิ่มอร่อยจุใจทั้งครอบครัว

วัตถุดิบและส่วนผสมที่ต้องเตรียม

เค้กกล้วยหอมนึ่ง
  1. แป้งเค้ก 190 กรัม
  2. เกลือ ½ ช้อนชา
  3. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  4. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  5. ผงฟู 1 ช้อนชา
  6. น้ำตาลทราย 70 กรัม
  7. น้ำมัน 60 กรัม
  8. กล้วยหอม 2 ลูก
  9. โยเกิร์ต 40 กรัม
  10. นมสด 30 กรัม

ขนมเค้กกล้วยหอม สูตรนึ่ง สไตล์เบเกอรี่ทำเอง จะใช้โยเกิร์ตธรรมชาติในการทำขนม จะช่วยเพิ่มรสชาติ และกลิ่นที่ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับขนมเค้กสูตรกล้วยหอมมีทั้งแบบหน้าแตก และหน้าเรียบ แต่หากใครชอบขนมหน้าเรียบเรามีเทคนิคการนึ่งเค้กกล้วยหอมยังไงไม่ให้หน้าแตก พร้อมวิธีทำดังนี้ 

เค้กกล้วยหอมนึ่ง
  1. ขั้นตอนแรกให้นำกล้วยหอมมาบดให้ละเอียด เตรียมไว้ก่อน ต่อมาให้นำแป้งเค้ก เกลือ ผงฟู และเบกิ้งโซดา มาร่อนใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ พักไว้ก่อน
  2. นำไข่ไก่ น้ำมันพืช นมสด โยเกิร์ต มาผสมรวมกันกับกล้วยหอมบดที่เตรียมไว้ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันอีกครั้ง เสร็จนำไปเทให้ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ คนให้เข้ากัน จากนั้น ตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ 
  3. นำหม้อนึ่งใส่น้ำ ตั้งเตา ใช้ไฟปานกลาง ยกขนมที่เตรียมไว้ ไปนึ่ง ใช้ผ้าข้าวบางคลุมหน้าขนม เพื่อป้องกันไม่ให้หยอดน้ำจากฝาหม้อหยดใส่หน้าขนม จะช่วยให้ขนมหน้าไม่แตก จากนั้น ปิดฝา รอประมาณ 20 นาที พร้อมทาน
เค้กกล้วยหอมนึ่ง

สำหรับการใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าขนมจะต้องคลุมตั้งแต่เริ่มนึ่ง จะทำให้หน้าขนมไม่แตกทุกชิ้น ส่วนการทําเค้กกล้วยหอม นึ่งกี่นาทีดีที่สุด แนะนำให้นึ่งประมาณ 15-20 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก ซึ่งวิธีเช็คขนมสุก ง่ายนิดเดียว เพียงใช้ไม้จิ้มเนื้อขนมหากไม่มีเนื้อแป้งติดมาแสดงว่าขนมสุกดีแล้ว เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยกับการทำขนมไม่ใช้เตาอบ ทำง่าย อร่อยด้วย 

แชร์วิธีการเก็บรักษาเค้กกล้วยหอมนึ่ง ให้รสชาติอร่อยเหมือนทำสดใหม่ 

เค้กกล้วยหอมนึ่ง

ถึงแม้ว่าขนมเค้กกล้วยหอมนึ่งจะเป็นเบเกอรี่ง่าย ๆ ที่ทำเองได้ เพียงใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าทำในปริมาณมากและทานไม่หมดจะต้องเก็บให้ถูกวิธีจะช่วยให้ขนมไม่เน่าเสีย และรสชาติอร่อยเหมือนเดิม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วขนมเค้กกล้วยหอมแบบนึ่งอยู่ได้กี่วัน หากเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องจะเก็บได้ประมาณ 2-3 วัน แต่ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็นสามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าจะรับประทานให้นำขนมเข้าไมโครเวฟ อุ่นประมาณ 7-10 นาที จะทำให้เนื้อเค้กนิ่ม หวานอร่อย 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
ขนมไทย

สังขยาไข่ เมนูขนมฉบับบดั้งเดิม รสชาติหอมหวานมันอย่างลงตัว

สังขยาไข่
สังขยาไข่ เมนูขนมฉบับบดั้งเดิม รสชาติหอมหวานมันอย่างลงตัว

เมื่อพูดถึงเมนูสังขยาไข่ใครหลาย ๆ คนต่างก็คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน ๆ จะตลาดหรือห้างสรรพสินค้าก็มักจะมีร้านขายขนมชนิดนี้อยู่เสมอ ขนมชนิดนี้เป็นขนมที่ได้รับการขนานนามมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ด้วยความที่มีสีเหลืองนวลของไข่ รสชาติหอม หวาน มัน น่ารับประทานเป็นอย่างมาก หากใครยังไม่เคยได้ทานถือว่าพลาดสุด ๆ เลยค่ะ

ขนมชื่อดังชนิดนี้เป็นขนมที่ได้รับอิทธิพลมาจากทางประเทศโปรตุเกสมาอย่างยาวนาน นิยมรับประทานคู่กับข้าวเหนียวหรือจะนำไปทำเป็นไส้ฟักทองก็ได้เช่นเดียวกัน ขนมชนิดนี้เป็นขนมที่แตกต่างออกไปจากสังขยาใบเตยเพราะส่วนประกอบสำคัญของขนมคือไข่ ถึงแม้ว่าจะเป็นขนมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอื่นแต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้กลายเป็นขนมแสนอร่อยประจำประเทศไทยไปแล้ว

สังขยาไข่ ขนมชื่อดังที่ได้รับอิทธิพลมาอย่างยาวนาน

เมื่อพูดถึงการใช้วัตถุดิบของเมนูสังขยาไข่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าส่วนประกอบของเมนูนี้มีอะไรบ้าง วิธีทำสังขยาไข่ให้อร่อยได้นั้นต้องใช้ไข่เป็ดแบบสดใหม่ น้ำตาล ใบเตยสด และกะทิสด หรือถ้าหากว่าใครอยากเพิ่มมะพร้าวอ่อนลงไปก็สามารถใส่ลงไปด้วยได้เช่นกัน ซึ่งวัตถุดิบทุกอย่างนั้นเป็นวัตถุดิบที่พื้นบ้านมาก ๆ แถมยังหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปอีกด้วย 

เมนูนี้เป็นเมนูที่ได้รับการต่อยอดมาจากข้าวเหนียวมูนที่เหลืออยู่ เพื่อการรับประทานที่มีหลากหลายมากขึ้นเมนูขนมสังขยาไข่จึงเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้จำเจกับการทานคู่กับมะม่วงเพียงอย่างเดียว แต่การจะออกไปซื้อมาทานอยู่บ่อย ๆ เนื้อสังขยาก็ช่างให้มาน้อยนิดจนเกินพอดี เรียกได้ว่าลงมือทำเองน่าจะอิ่มอร่อยจนจุกเลยทีเดียว

การเลือกไข่เป็นเพื่อทำสังขยาไข่ต้องเลือกไข่ที่สดใหม่ออกจากฟาร์มหรือเล้ามาหมาด ๆ เพื่อให้สีของไข่เป็นนั้นยังคงดูสดและนำไปทำเนื้อสังขยาได้นวลมากยิ่งขึ้น ส่วนน้ำตาลที่ใช้ถ้าจะให้แนะนำก็คงจะต้องใช้น้ำตาลมะพร้าวจะดีที่สุด เพราะน้ำตาลชนิดนี้จะมีกลิ่นหอมที่เฉพาะตัวมากกว่าน้ำตาลชนิดอื่น อีกหนึ่งข้อสำคัญเพื่อทำให้สังขยามีกลิ่นหอมกว่าปกติคือการใช้ใบเตยในการขยำไข่และส่วนประกอบอื่น ๆ ให้เข้ากัน

สังขยาไข่
สังขยาไข่ เมนูขนมฉบับบดั้งเดิม รสชาติหอมหวานมันอย่างลงตัว

ขนมชื่อดังที่ใครก็อยากลองทำ กลิ่นหอมหวานเตะจมูกน่าทานสุด ๆ H3

เมนูของหวานไทยชนิดนี้ตามร้านแต่ละร้านก็จะมีเคล็ดลับ กระบวนการทำ กรรมวิธีที่แตกต่างกันออกไป ไข่ที่ใช้ น้ำตาลที่ผสม ก็จะแตกต่างออกไปเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าส่วนผสมชนิดนี้จะไม่ได้มีเยอะอะไรมากมาย แต่การลงมือทำขนมไทยชนิดนี้ให้อร่อยได้ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก วันนี้เราได้นำสูตรสังขยาเด็ด ๆ มาฝากทุกคนกันค่ะ ไปเตรียมอุปกรณ์และลงมือทำกันได้เลย

วัตถุดิบและส่วนผสม

  1. ไข่เป็ด 4 ฟอง
  2. หัวกะทิ 130 มิลลิลิตร
  3. น้ำตาลมะพร้าว 130 กรัม
  4. ใบเตยสด 5 ใบ
  5. แป้งข้าวเจ้า 30 กรัม
สังขยาไข่
สังขยาไข่ เมนูขนมฉบับบดั้งเดิม รสชาติหอมหวานมันอย่างลงตัว

วิธีทำ

  1. ทำการตอกไข่ใส่กะละมังใบกว้าง ๆ หน่อย จากนั้นทำการใส่น้ำตาลมะพร้าวตามลงไป แล้วจึงทำการมัดใบเตยลงไปขยำกับไข่และน้ำตาลจนกว่าเนื้อไข่จะฟูขึ้น
  2. นำแป้งข้าวเจ้าเทลงไปในกะทิแล้วคนให้แป้งละลาย จากนั้นจึงค่อย ๆ เทกะทิใส่ลงไปในไข่ คนจนเข้ากันอีกครั้ง
  3. ทำการกรองเนื้อขนมด้วยกระชอน
  4. เทขนมใส่ในภาชนะแบบที่ต้องการ แล้วนำไปนึ่งในซึ้งด้วยไฟอ่อน ๆ ประมาณ 20-30 นาทีหรือจนกว่าสังขยาจะสุก
สังขยาไข่
สังขยาไข่ เมนูขนมฉบับบดั้งเดิม รสชาติหอมหวานมันอย่างลงตัว

สุดยอดเมนูชื่อดังของขนมในประเทศไทย ด้วยรสชาติที่อร่อยแบบลงตัว H2 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคนกับเมนูสังขยาไข่ที่เรานำมาฝากทุกคนวันนี้วัตถุดิบและวิธีทำง่ายมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ เมนูนี้สามารถนำไปทำเป็นอาชีพได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ เพราะว่าการขายขนมหวานไทยยังไงก็สามารถขายได้ในทุก ๆ วันอย่างแน่นอน เมนูนี้ถ้าหากว่าทานคู่กับข้าวเหนียวมูนจะดีมาก ๆ เลยค่ะเพราะรสชาติที่หอมหวานของสังขยาทานร่วมกับข้าวเหนียมมูนมัน ๆ อร่อยลงตัวสุด ๆ 

เว็บบอล