ขนมเทียน ที่มาของความอร่อยเหนียวนุ่มสู้ฟัน

ขนมเทียน
ขนมเทียน ที่มาของความอร่อยเหนียวนุ่มสู้ฟัน

สวัสดีค่ะคนรักขนมไทยทุกคน วันนี้เราก็ได้นำขนมไทยมาแนะนำให้ได้รู้จักกันอีกแล้ว นั่นก็คือ ขนมเทียน หรือขนมนมสาว ขนมไทยรูปทรงสามเหลี่ยม ห่อด้วยใบตองสวยงาม นอกจากสองชื่อที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ขนมเทียนยังถูกเรียกชื่อแตกต่างกันตามภูมิภาคของประเทศไทยอีกด้วยค่ะ เช่น ภาคอีสาน จะเรียกว่า ขนมหมด , ภาคเหนือเรียกว่า ขนมจ๊อก และภาคกลางเรียกว่า ขนมนมสาวค่ะ แต่ภาคที่นิยมทำขนมไทยชนิดนี้มากที่สุดก็เห็นจะเป็นภาคอีสาน ยิ่งงานบุญ หรือเทศกาลต่าง ๆ เช่น งานออกพรรษา ยิ่งเห็นได้มากในภูมิภาคนั้นค่ะ 

ในอดีตนั้นขนมเทียนจะมีเพียงไส้มะพร้าว และถั่วเขียวเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการดัดแปลงสูตร และทำไส้ออกมามากมายให้เราได้รับประทานกัน ทั้งไส้เค็ม ไส้หวาน รวมถึงการเพิ่มเติมสีสันลงไปก็ยิ่งทำให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยเนื้อสัมผัสของขนมไทยชนิดนี้จะมีความเหนียวนุ่มสู้ฟัน เข้ากันได้ดีกับไส้ที่สอดใส่เข้ามาเพิ่มรสชาติ หากเป็นไส้หวานด้วยแล้วจะกรุบกรอบมะพร้าวด้วย ผสานกับกลิ่นหอม ๆ ของใบตองที่เราจะรู้สึกได้ในระหว่างเคี้ยว ส่วนตัวเคยมีโอกาสได้ทานแล้วติดใจยกให้เป็นขนมไทยอันดับหนึ่งเลยค่ะ ทานง่าย อร่อย เคี้ยวเพลินสุด ๆ 

ขนมเทียน
ขนมเทียน ที่มาของความอร่อยเหนียวนุ่มสู้ฟัน

วัตถุดิบในการทำขนมเทียน ขนมไหว้เจ้าของจีน

หากใครที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนจะรู้ว่าขนมเทียนนั้นนอกจากจะได้รับความนิยมในประเพณีของไทยแล้ว ยังได้รับความนิยมของคนจีนด้วย เพราะในวันตรุษจีนนั้นจะมีการทำขนมเทียนกันอย่างมากมาย เพื่อนำมาเซ่นไหว้เทพเจ้า ซึ่งก่อนที่เราจะไปดูขั้นตอนการทำนั้นเราก็ต้องเตรียมวัตถุดิบของเราให้พร้อมก่อน ซึ่งวัตถุดิบที่เราจะใช้ในการทำ ขอแบ่งเป็นสองส่วน ดังนี้

วัตถุดิบในการทำแป้ง

  1. แป้งข้าวเหนียว 300 กรัม
  2. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
  3. กะทิ 200 มิลลิลิตร
  4. ใบตอง

วัตถุดิบในการทำไส้หวาน

  1. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 2 ถ้วยตวง
  2. น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลมะพร้าว 150 กรัม
  3. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  4. น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง 
ขนมเทียน
ขนมเทียน ที่มาของความอร่อยเหนียวนุ่มสู้ฟัน

ขั้นตอนวิธีการทำขนมไทย ทำง่าย มีประโยชน์

ขนมเทียนถือเป็นขนมมงคลที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกายของผู้ที่ได้รับประทาน แถมยังช่วยให้ผิวพรรณดีอีกด้วย เช่น กะทิ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดคอเลสเตอรอล , เนื้อมะพร้าว ช่วยลดความดัน อุดมไปด้วยสารอาหาร ที่เรากล่าวมานี้เป็นเพียงประโยชน์บางส่วนเท่านั้น เพราะวัตถุดิบเหล่านี้ยังมีประโยชน์อีกมากมาย อีกทั้งยังสามารถเก็บไว้รับประทานได้นานอีกด้วย ใครอยากทำขนมไทยแสนอร่อยอุดมไปด้วยประโยชน์กันแล้ว ไปดูวิธีทำกันเลยค่ะ

  1. ขั้นตอนแรกทำไส้ของขนม โดยการตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น ใช้ไม้พายเคี่ยวให้เข้ากัน เมื่อละลายดีแล้วให้ใส่มะพร้าวทึนทึกขูดฝอยลงไปเคี่ยวต่อจนมีเนื้อเหนียวหนืดให้พอปั้นได้แล้วนำออกมาพักไว้ให้อุ่น
  2. ทำแป้งขนมเทียน โดยใส่น้ำตาลปี๊บ และหัวกะทิ ½ ของขนาดที่เตรียมไว้ ทำการนวดให้น้ำตาลละลาย (อย่าลืมล้างมือให้สะอาดนะคะ) พอน้ำตาลละลายแล้วให้ใส่แป้งข้าวเหนียวลงไปนวด และทยอยเติมกะทิลงไปในขณะนวด เพื่อไม่ให้แป้งเหลวจนเกินไป 
  3. นำไส้ที่พักไว้มาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดประมาณ 1 นิ้ว หรือขนาดพอดีคำ 
  4. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเท่าลูกปิงปอง ใช้มือแผ่ออกให้แบนแล้วใส่ไส้ลงไปตรงกลาง ห่อไส้ให้มิด และห่อเป็นก้อนกลมอีกครั้ง พักไว้ในจานที่ใส่น้ำมันไว้เล็กน้อย เพื่อไม่ให้ขนมของเราติดกัน
  5. เตรียมใบตองสำหรับห่อขนมเทียน ใบด้านในเป็นวงกลมใบเล็ก ส่วนด้านนอกเป็นวงรีขนาดใหญ่ วางประกบกันให้ด้านนวลหันหน้าเข้าหากัน พับให้เป็นกรวย แล้วใส่ขนมที่เตรียมไว้ลงไปตรงกลาง พับเข้าหากันเป็นรูปสามเหลี่ยม สุดท้ายพับปลายเก็บม้วนเข้าไปด้านใน ทำซ้ำกับส่วนผสมที่เหลือ
  6. ตั้งหม้อนึ่งใส่น้ำรอให้เดือด นำขนมเทียนที่เตรียวไว้ลงไปนึ่งด้วยไฟกลางเป็นเวลา 30 นาที เสร็จแล้วนำออกมาพักให้เย็น จัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest
Share on email

More Posts